เป็นเรื่องปกติที่วันเวลาผ่านไปยุคสมัยก็เกิดขึ้นใหม่ ซึ่งแต่ละยุค พฤติกรรมของคนในยุคนั้นก็จะแตกต่างกันตามสิ่งที่มากระทบหรือมีอิทธิพล เช่นยุคนี้ ยุคติจิตอล ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาแทรกซึมในวิถีชีวิตผู้บริโภคและหล่อหลอมจนเกิดเป็นพฤติกรรมของกลุ่ม Millennial รวมถึง Generation อื่นๆ ด้วย ที่มีพฤติกรรม ทัศนคติ ความคิด การเสพสื่อหรือการตัดสินใจซื้อในแบบฉบับของพวกเขาเอง
การรักษาฐานลูกค้าเก่าเป็นสิ่งสำคัญ แต่การจับกลุ่มลูกค้า Millennial ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน เพื่อสร้างโอกาสที่พวกเขาจะใช้สินค้าของเราในช่วงชีวิตหนึ่งนานเท่าที่แบรนด์จะสามารถรักษาเขาไว้ได้ ดังนั้นเราจะต้องมาทำความเข้าใจให้ดีก่อน แบรนด์จะสื่อสารอย่างไร จะเข้าไปแทรกซึมอยู่ในไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Millennial และจะมัดใจเขาได้ยังไงบ้าง
McCANN Truth Central ได้ทำวิจัยเชิงลึกหัวข้อ “Truth about Youth” เป็นข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ความคิด ทัศนคติ สิ่งที่ชอบ ไม่ชอบ และสิ่งที่พวกเขาต้องการ เช่น
1. วัยรุ่นเชื่อว่า การมีแฟนครั้งแรกหรือการใช้ชีวิตด้วยเงินเดือนของตัวเองและโดยไม่ต้องขอพ่อแม่ จะทำให้เขารู้สึกถึงการเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น
2. เมื่อวัยรุ่นมีปัญหา เขายังเลือกที่จะปรึกษาพ่อแม่และเพื่อนเป็นหลัก พ่อแม่จะปรึกษาเรื่องงานและเพื่อนจะปรึกษาเรื่องความรัก
3. วัยรุ่นเชื่อว่าไม่ควรยึดติดทำอาชีพใดอาชีพหนึ่ง ควรทำหลายๆอาชีพพร้อมๆกัน เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสให้พวกเขา
(86% บอกว่าควรมีหลายอาชีพ ส่วน 14% บอกว่ามีอาชีพเดียว)
4. Live stream มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตวัยรุ่น การทำ live stream คือการให้คนอื่นได้เห็นการใช้ชีวิตของเขา และ Live stream ก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งอาชีพ อาทิ การขายของ
5. 74% ของเด็กไทยรู้สึกว่าจะต้องเข้าสังคมอยู่ตลอดเวลา และยอด Like บนโซเชี่ยลคือการประเมิณคุณค่า และความเป็นตัวตนของพวกเขา
6. เด็กไทยมองหาคุณสมบัติ 3 อย่างในตัวเพื่อนคือ ความซื่อสัตย์ (Loyalty) 28%, ความจริงใจ (Sincerity) 25% และความสุจริต (Honesty) 14% ซึ่ง 3 คุณสมบัตินี้ก็คือสิ่งที่เด็กยุคใหม่รู้สึกดึงดูดกับแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับสามสิ่งนี้
7. Gen Y จะเอาสิ่งที่ดีที่สุดของตัวเองมาสร้างตัวตนที่ดีกว่าบนโลกออนไลน์ ส่วน Gen Z จะทดลองแง่มุมต่างๆก่อนบนโลกโซเชียลและเอาสิ่งได้รับการตอบสนองที่ดีที่สุดมาสร้างตัวตนของเขาบนโลกความจริง
8. 20% ของเด็กทั่วโลกเคยคอมเม้นท์ในเชิงลบเกี่ยวกับคนอื่นในโซเชียล แต่ 64% ของเด็กไทยเคยคอมเม้นท์ในเชิงลบเกี่ยวกับคนอื่นในโซเชียล (สามเท่าของทั่วโลก)
9. 37% ของเด็กทั่วโลกรู้สึกว่าจะต้องบันทึกชีวิตตัวเองลงบนโลกออนไลน์อยู่ตลอดเวลา แต่เด็กไทยกลับสูงถึง 62%
10. คนที่เจ๋งในสายตาเด็กๆ คือ คนที่แหกกฎเพื่อที่จะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมา ซึ่งเพื่อนยังคงเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลของเด็กยุคนี้ และการเป็นคนที่เจ๋งในสายตาคนอื่นก็ยังเรื่องใหญ่ที่สามารถสร้างความวิตกกังวลทางสังคมให้กับพวกเขาได้อยู่
สภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้วัยรุ่น 1 คนในยุคนี้มีหลายคาแรคเตอร์ มีความสนใจหลายอย่าง ซึ่งมีทั้งโลกความจริงและโลกดิจิตอลที่พวกเขาพยายามสร้างขึ้นมา แบรนด์จะต้องเข้าใจให้ได้ว่าเด็กยุคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาเพียงคนเดียวแต่ยังมีผู้ชมในโลกโซเชียลของเขา และต้องเข้าไปอยู่ใน Journey หรือ Micromoment ทั้งในโลกความเป็นจริงและโลกออนไลน์ เหล่านั้นให้ได้ โดยจะต้องทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ ซื่อสัตย์ และความสุจริต
สรุปแล้วภารกิจของแบรนด์ในยุคนี้ที่ “ต้องทำ” ไม่ใช่แค่ “ควรทำ” คือ สะท้อนความเป็นตัวตนของเเบรนด์ที่เเท้จริงต่อผู้บริโภคยุค Millennial แบรนด์ต้องมีการตอบสนองกับเด็กๆที่เร็วขึ้นเเละเป็นการตอบสนองที่พวกเขาสามารถสัมผัสได้ด้วย ซึ่ง Influencer ยังคงมีอิทธิพลกับเด็กยุคนี้ โดยแบรนด์ควรใช้ Influencer ที่หลากหลายและเจาะจงมากขึ้น หรือจะเรียกว่าเป็น Microinfluencer ก็ได้ และสุดท้ายคือ แบรนด์จะทำยังไงที่จะให้พวกเขาเป็นคนที่ดูดีในสายตายของผู้ชมของเขา และนี่คือทั้งหมดที่แบรนด์จะต้องหาคำตอบให้ได้