หากไล่ย้อนดูการใช้กลยุทธ์นี้ในการทำแคมเปญใหญ่ๆ แล้ว จะพบว่า มี 4 แคมเปญที่เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอความแปลกใหม่ให้กับตลาด ไล่ตั้งแต่
1.จับมือกับ Grab ร่วมกันทำตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ “ Gon กลับ Grab” ให้เพื่อนบาร์บีกอนได้ใช้บริการ Grab กลับบ้านอย่างสนุกและสุขใจ ด้วยการนำรถ Grab 5 คัน มาตกแต่งเป็นบาร์บีกอนฟลีต ติดสติกเกอร์รอบคันด้วยลายบาร์บีกอน เสริมด้วยพร็อบด้านในรถด้วยของสะสมจากบาร์บีกอนให้ผู้โดยสารได้เซลฟี่แบบจัดเต็ม พร้อมไฮไลท์ใช้บริการนั่ง Grab ฟรี สำหรับสมาชิกบัตรบาร์บีกอนคลับ และส่วนลดสุดพิเศษ 70 บาท ทั้งสำหรับลูกค้าสมาชิกบาร์บีกอนแและผู้ใช้บริการ Grab แคมเปญดังกล่าวนี้ทำไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย. – 31 ธ.ค.60
ในครั้งนั้นจะเป็นการเข้ามาเติมเต็มกลยุทธ์ Character Marketing ในการสร้างแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าให้เข้าไปนั่งอยู่ในใจคน โดยมีบาร์บีกอนเป็นสื่อกลางสำคัญในการเชื่อมโยงแบรนด์ไปสู่ลูกค้า เรียกได้ว่า เป็นการนำพี่ก้อนเข้าไปอยู่ในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของการเดินทาง ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันของการทำ Collboration ของบาร์บีคิวพลาซ่า
2.ในปี 2560 เช่นเดียวกันยังมีจับมือกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอย่างแอนิเทค ให้ไลเซ่น (License) บาร์บีกอน ไปจัดทำเป็นสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษ ลิมิเต็ด อิดิชั่น เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านลายบาร์บีกอนสุดน่ารัก น่าสะสม ให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ ทั้งกาต้มน้ำไฟฟ้า เครื่องปิ้งขนมปัง เครื่องปั่นสมูทตี้ และเตาอบ
ความร่วมมือดังกล่าว ช่วยให้เจ้ามังกรตัวเขียวบาร์บีกอนสามารถผลักดันตัวเองให้เข้าไปอยู่ในครัวของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นการนำแบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง
3.จับมือร่วมกับมาชิตะ สาหร่ายทอดกรอบของค่ายสิงห์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นเป็นอีก 1 แคมเปญที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดได้เป็นอย่างดี