ยูนิเซฟรู้สึกกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการเกิดโรคระบาดที่มากับน้ำ เนื่องจากการขาดแคลนน้ำสะอาด การขาดสุขอนามัยที่ดี ความแออัดในศูนย์อพยพ อีกทั้งร่างผู้เสียชีวิตที่กำลังเน่าเปื่อยและอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค สภาพแวดล้อมเหล่านี้ก่อให้เกิดโรคระบาดโดยง่าย เช่น โรคท้องร่วง มาลาเรีย และอหิวาตกโรค โดยเฉพาะในเด็กซึ่งมีความเสี่ยงและเปราะบางกว่าผู้ใหญ่
ขณะนี้ประเทศโมซัมบิกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรค โดยมีจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงกว่า 1,000 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วหนึ่งรายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้โมซัมบิกเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยประชากรกว่า 1.85 ล้านคน รวมถึงเด็ก 1 ล้านคนกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ดาวิน กล่าวต่อไปว่า “นี่เป็นเรื่องของความเป็นความตายที่เราต้องร่วมมือกันก่อนที่ภัยพิบัตินี้จะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคนไทยเป็นผู้มีน้ำใจที่พร้อมจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่กำลังตกอยู่สถานการณ์ยากลำบากไม่ว่าเด็กเหล่านั้นจะอยู่ที่ใด การสนับสนุนจากคนไทยในเวลาวิกฤตเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยป้องกันไม่ให้มีใครต้องเสียชีวิตลงอีก และยังจะช่วยให้เด็ก ๆ ได้กลับมามีชีวิตที่เป็นปกติได้โดยเร็วที่สุด”
ขณะนี้ยูนิเซฟกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่เด็กและครอบครัวในทั้งสามประเทศอย่างเร่งด่วน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูนิเซฟและองค์การอนามัยโลกได้จัดส่งวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรคเกือบ 900,000 โดสไปยังประเทศโมซัมบิก พร้อมจัดการรณรงค์ฉีดวัคซีนที่กำลังจะเริ่มขึ้นโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยูนิเซฟกำลังทำงานกับพันธมิตรเพื่อช่วยให้ผู้ประสบภัยได้เข้าถึงน้ำสะอาด สุขอนามัยที่ดี และการรักษาพยาบาล ตลอดจนเร่งดำเนินการป้องกันการขาดสารอาหารในเด็ก ระบุตัวเด็กที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว และช่วยให้เด็ก ๆ ได้กลับเข้าเรียนอย่างเร็วที่สุด
ช่องทางบริจาค