“เราทำการบ้านเรื่องนี้อย่างจริงจัง เริ่มจากที่ MD ของเราชอบหนังสือ Start with why ของ Simon Sinek และจากทฤษฎี The Golden Circle เราพบว่า Why ของเงินติดล้อคือคนของเรา ที่มีความมุ่งมั่นอยากช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้เรากลับมาสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่สามารถหล่อหลอม Why ของเงินติดล้อตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงพนักงานสาขาทั่วประเทศได้ พร้อมทั้งจัดตั้งหน่วยงาน Happiness Culture ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่สร้างความสุขให้กับพนักงาน ด้วยความเชื่อว่า หากพนักงานมีความสุขก็จะทำงานด้วยใจจนสามารถส่งมอบบริการที่ดีในแบบที่ลูกค้าสัมผัสได้ว่าต่างจากคู่แข่งอย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้ามีโอกาสเข้ามาที่เงินติดล้อ จะสามารถสัมผัสได้ว่า พนักงาน ทุกคนมีความตั้งใจ และใส่ใจในการดูแลลูกค้าของเรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ลูกค้าที่มาใช้บริการจะรู้สึกได้”
คุณภคมน กล่าวว่า เงินติดล้อเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับบุคลากร เพราะไม่ว่าแบรนด์จะโฆษณาดีขนาดไหน หรือทำแคมเปญใหญ่เพียงใด แต่เมื่อ Moment of Truth มาถึงและไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นในทางเดียวกันกับโฆษณาก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้
“การสร้างวัฒนธรรมองค์กรของเราเริ่มต้นตั้งแต่การสัมภาษณ์พนักงานที่จะมาร่วมงานเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นสายพันธุ์เงินติดล้อ โดยดูจากทัศนคติ และ Passion ว่ามีความมุ่งมั่นอยากช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ใช่มาทำงานเพียงเพราะต้องการเงินเดือนอย่างเดียว เมื่อรับพนักงานที่มี DNA เดียวกันแล้วเวลาจะขับเคลื่อนงานที่ต่อให้ยากแค่ไหน ก็สามารถผลักดันให้สำเร็จลุล่วงได้
เงินติดล้อเรายังให้ความสำคัญ และสนับสนุนเรื่องของ กระหายการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ และส่งคนไปเรียนรู้เรื่องต่างๆ จากที่ที่ดีที่สุดในเรื่องนั้นๆ เพื่อให้เราเข้าใจ เช่น Zappos และ Disney เพื่อนำความรู้มาปฏิบัติจริง อีกทางหนึ่งยังเปิดโอกาสให้พนักงานได้ทดลองทำ เกิดการเรียนรู้ และสามารถเจอสิ่งที่ใช่ และเอามาพัฒนาเงินติดล้อต่อ เรามีการทำ Research ในหลาย ๆ มุมให้เราเข้าใจ Movement ของธุรกิจ และใช้เทคโนโลยีมาวิเคราะห์สิ่งที่เราทำให้เรารู้ว่าจะต้องพัฒนาไปทางด้านไหนอย่างไร ซึ่งเรามองว่า เราอยากทำธุรกิจนี้ให้ดี และไม่ได้มองเพียงแค่คู่แข่งในเมืองไทย แต่มองไปถึงคนที่ทำธุรกิจเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันในประเทศอื่นๆ ด้วย”
ทั้งหมดนี้จึงไม่ผิดนักหากจะบอกว่าพนักงานทุกคนของเงินติดล้อเป็น Brand Maker ตัวจริงที่ทำให้แบรนด์ก้าวมาเป็นอันดับ 1 ในใจผู้บริโภค และทำให้ Mission Impossible กลายเป็น Mission Possible โดย คุณภคมน ยกตัวอย่างโปรดักต์อนุมัติสินเชื่อไวภายใน 10 นาที ซึ่งต้องใช้การบริหารจัดการหลังบ้านที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก แต่ทีมงานเงินติดล้อสามารถเปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อนี้ออกสู่ตลาดได้ภายในเวลาเพียง 2-3 เดือน และจากความยึดมั่นให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น และหมุนต่อได้โดยไม่ใช้ผลประกอบการเป็นตัวตั้ง จึงเป็นที่มาของการแจกฟรีประกันอุบัติเหตุให้กับลูกค้าสินเชื่อรถจักรยานยนต์เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันได้แจกไปแล้วกว่า 800,000 กรมธรรม์ คิดเป็นมูลค่าสินไหมทดแทนช่วยลูกค้ากว่า 80 ล้านบาท หรือแคมเปญล่าสุด “เงินติดล้อ กู้ง่าย โปะได้ ปลดหนี้เร็ว” เพราะต้องการส่งเสริมให้ลูกค้าเห็นว่าหากขยันทำงานเพิ่มรายได้ก็จะสามารถเอาเงินมาโปะใช้หนี้ จะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่าง และส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าจากแบรนด์เงินติดล้อ
จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาด้วยพลังและความมุ่งมั่นของทีมงานล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เงินติดล้อเป็น Trendsetter ให้กับตลาด และจะสร้างเทรนด์ใหม่ต่อไปในอนาคต
“ถ้าเราสามารถสร้างวัฒนธรรมของเราให้แข็งแรง มีกลยุทธ์ในการบริหารบุคลากรที่ดี และสามารถทำให้พนักงานเข้าใจถึงสิ่งที่แบรนด์เรายึดมั่น เช่น การทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นและหมุนต่อได้ เราก็จะสามารถส่งต่อสิ่งที่เรายึดมั่นให้กับลูกค้าได้ ไม่ว่าจะจากช่องทางไหนก็ตาม แทนที่จะให้ผู้บริหารไม่กี่คนมาผลักดัน และควบคุมคุณภาพการให้บริการ เราเปลี่ยนเป็นให้พนักงานทุกคนมาช่วยกันดูแล และแชร์เจตนารมณ์เดียวกันจะดีกว่า เพราะเมื่อลูกค้ารู้สึกดีกับเรา ก็จะรู้สึกดีกับแบรนด์เงินติดล้อไปด้วย”
สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของเงินติดล้อได้ที่ https://www.ngerntidlor.com/