ยุคที่การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เข้มข้น อีกทั้งผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย การสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นและครองใจลูกค้าไม่ใช่เรื่องง่าย กรุงศรี ออโต้ ยืนหยัดด้วยความแข็งแกร่งและพลังของแบรนด์ที่เติบโตบนพื้นฐานของความเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริงด้วยการคว้ารางวัล 2025 Thailand’s Social Power Brand ซึ่งความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากการสื่อสารที่เน้นปิดการขายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากกลยุทธ์การตลาดที่วางรากฐานบนการวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต พร้อมใช้ข้อมูลเชิงลึกพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ Pain Point จริง ทำให้แบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้อย่างยั่งยืน

“รางวัลนี้เป็นเหมือนการยืนยันจากลูกค้าว่าแนวทางที่เรายึดมาตลอด คือการเข้าใจปัญหาของลูกค้าก่อนเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่เราเดินมาถูกทาง” คุณคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าว พร้อมย้ำว่า “สำหรับ กรุงศรี ออโต้ Social Power Brand ไม่ได้หมายถึงแค่ยอดไลก์หรือยอดแชร์ แต่คือความไว้วางใจและความผูกพันที่ลูกค้า มีต่อแบรนด์ในระยะยาว”
กรุงศรี ออโต้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยกลยุทธ์ที่เน้นการสื่อสารแบบ “Outside-In” เริ่มจากความเข้าใจ ความต้องการและปัญหาของผู้บริโภคเป็นหลัก แล้วจึงพัฒนาโซลูชันและข้อความการสื่อสารให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการอนุมัติสินเชื่อดิจิทัลภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง การพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้มีรายได้ไม่แน่นอน หรือการออกแบบแคมเปญที่ตอบโจทย์ Pain Point เช่น การรวมหนี้และการลดภาระหนี้ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างถูกที่ถูกเวลา
ด้านบทบาทของโซเชียลมีเดีย กรุงศรี ออโต้ เลือกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าช่องทางสื่อสารโปรโมชันหรือผลิตภัณฑ์ แต่เป็น “Interactive Platform” ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาปรึกษา พูดคุย และค้นหาวิธีจัดการการเงินของตัวเองได้อย่างลงตัว “เราอยากเป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดด้านการเงินในทุกจังหวะชีวิตของลูกค้า ไม่ใช่แค่ตอนที่เขาต้องการขอสินเชื่อซื้อรถเท่านั้น เนื้อหาที่เราทำบนโซเชียลจึงไม่ใช่แค่โฆษณา แต่เป็นคอนเทนต์ที่ช่วยให้เขาตัดสินใจเรื่องรถและการเงินได้ดีขึ้นจริงๆ”
คุณคงสิน อธิบายเพิ่มเติมว่า ภาพลักษณ์ของ กรุงศรี ออโต้ ที่ต้องการให้ผู้บริโภครับรู้ คือการที่แบรนด์ “เข้าใจ เข้าถึง และอยู่เคียงข้าง” ลูกค้าทั้งในแง่ของบริการสินเชื่อ การให้คำปรึกษา และการสร้างประสบการณ์แบบครบวงจร การขับเคลื่อนภาพลักษณ์นี้เกิดขึ้นผ่านการออกแบบประสบการณ์ลูกค้าในทุก Touchpoint ของแบรนด์ ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย การใช้ GO by Krungsri Auto เป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลและบริการ ไปจนถึงการสร้าง Knowledge Content ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับรถ การใช้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ทั้งหมดนี้ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ดูแลลูกค้า และพร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงจังหวะชีวิต
“ในมุมของแบรนด์ เราอยากให้คนรู้สึกว่าถ้าพูดถึงเรื่องรถและสินเชื่อยานยนต์ นึกถึง กรุงศรี ออโต้ ได้เลย เพราะเรามีทั้งความเชี่ยวชาญ ข้อมูล และโซลูชันที่ออกแบบมาให้เหมาะกับชีวิตจริงของเขา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่เพิ่งซื้อรถคันแรก คนที่ต้องการใช้รถสร้างรายได้ หรือเจ้าของกิจการที่ใช้รถเป็นสินทรัพย์ในธุรกิจ เราอยากให้เขามั่นใจว่าเรามีทางออกที่เหมาะกับเขาเสมอ”
สิ่งที่ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของ กรุงศรี ออโต้ ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับแกนธุรกิจอย่างแนบแน่น ภายใต้โครงการ LET’sponsible ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 12 ปี ซึ่งมุ่งปลูกฝังแนวคิดการใช้รถใช้ถนนอย่างรับผิดชอบ ผ่านการสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายระดับ ตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงระดับประเทศ แคมเปญ “ส่งต่อ” วิดีโอสร้างความตระหนักรู้ที่สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมรุนแรงบนท้องถนนของผู้ใหญ่สามารถส่งผลถึงเด็กในอนาคตได้ มียอดเข้าชมบน YouTube กว่า 228 ล้านครั้ง นั่นทำให้แบรนด์ถูกจดจำในฐานะผู้เล่นที่เข้าใจอินไซต์คนไทยและกล้าแตะประเด็นที่มีผลต่อทัศนคติและพฤติกรรมจริง

ตอกย้ำด้วยแคมเปญ “ไฟท้ายดับ ชีวิตดับ” ที่รณรงค์เรื่องความสำคัญของการเปลี่ยนไฟท้ายมอเตอร์ไซค์ที่ชำรุด ควบคู่กับกิจกรรมเปลี่ยนไฟท้ายฟรีร่วมกับ 12 แบรนด์ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศรวมกว่า 22,175 ดวง เป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนจากการสื่อสารเชิงเตือน สู่การลงมือช่วยแก้ปัญหาจริง ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้รถได้อย่างมีความหมาย
ขณะที่โครงการ #สั่งก่อนเสีย The Life Saver ที่มุ่งปลูกฝังพฤติกรรมการสวมหมวกกันน็อกในเด็กอายุ 4–12 ปี ควบคู่กับการจัดทำและมอบหมวกกันน็อกกว่า 4,600 ใบ ให้เยาวชนทั่วประเทศ สะท้อนบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้ขับเคลื่อนความปลอดภัยบนท้องถนนตั้งแต่ระดับครอบครัว
ในระดับชุมชนและระดับประเทศ แบรนด์ต่อยอดแนวคิดนี้ไปสู่โครงการอย่าง “เบี่ยงซ้าย ขยับชิด ร่วมเปิดทาง” ที่รณรงค์ให้ผู้ใช้รถเปิดทางให้รถพยาบาลฉุกเฉิน จนเกิดเป็นแนวคิด “เปิดทาง = ต่อชีวิต” ซึ่งได้รับการแชร์ต่ออย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ กิจกรรมเหล่านี้นอกจากจะสร้าง Social Impact ที่จับต้องได้แล้ว ยังเสริมให้ภาพลักษณ์ของกรุงศรี ออโต้ ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเป็นแบรนด์สินเชื่อยานยนต์ที่ “ทำเพื่อสังคมอย่างจริงจัง” ไม่ใช่แค่ทำ CSR เพื่อภาพลักษณ์
“แคมเปญ เปิดทาง = ต่อชีวิต เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเรา เนื่องจากหลังออกแคมเปญนี้ไปก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในวัฒนธรรมบนท้องถนนอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ เมื่อมีรถโรงพยาบาลวิ่งผ่าน คนขับรถส่วนใหญ่ไม่สนใจและไม่หลบ แต่ตอนนี้คนเริ่มหลบให้ทุกครั้ง ซึ่งจากวิดีโอที่เราสร้างขึ้น มีผู้ชมหลาย 10 ล้านวิวในช่วงสัปดาห์แรก และมีการแชร์ต่ออย่างแพร่หลาย ทั้งหน่วยงานราชการเองก็ขออนุญาตนำไปใช้ต่อ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจ รวมถึงเนื้อหาของเรื่องนี้ยังถูกนำไปใช้ใน E-Learning เพื่อสอนเรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยด้วย”


สำหรับอนาคต เป้าหมายของ กรุงศรี ออโต้ ในการยกระดับแบรนด์และสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อไป คือการขยาย ประสบการณ์ลูกค้าให้ครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของการใช้รถ การต่อยอดการใช้โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มดิจิทัลให้เป็นพื้นที่พูดคุยด้านการเงินอย่างแท้จริง การพัฒนาโซลูชันและแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมเสริมคุณค่าด้านสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านโครงการด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อสร้างแบรนด์ที่ลูกค้าเชื่อถือ เข้าถึงได้ง่าย และเป็นพาร์ตเนอร์ที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
“ในฐานะแบรนด์ เราไม่ได้มองแค่ยอดปล่อยสินเชื่อในวันนี้ แต่มองถึงความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และ พาร์ตเนอร์” คุณคงสินทิ้งท้าย
ด้วยกลยุทธ์ที่ผสมผสานระหว่างความเข้าใจลูกค้า การใช้เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมผ่านโครงการเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ทำให้ กรุงศรี ออโต้ ไม่เพียงครองใจลูกค้าในฐานะแบรนด์ สินเชื่อยานยนต์ชั้นนำ แต่ยังสะท้อนถึง “พลังของแบรนด์” ที่มีอิทธิพลต่อทั้งตลาดและสังคมอย่างแท้จริง