“เราเป็นแบรนด์ของคนไทยตรงนี้เรามีโพซิชั่นชัดเจนอยู่แล้วแต่สิ่งที่เราแตกต่างจากแบรนด์อื่นคือการที่เราเป็นแบรนด์ไทยที่มี International Standard เราไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองผู้บริโภค ดังนั้น ไม่ว่าจะมีมาตรฐานใดที่เกิดขึ้นมาเราจะเป็นรายแรกที่มีมาตรฐานนั้น”
การตัดสินใจก้าวจากแบรนด์ไทยไปสู่แบรนด์ระดับโลกของ PTT Lubricants ถือเป็นการช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าคนไทยเชื่อมั่นว่าแบรนด์ไทยสามารถก้าวไปแข่งขันในระดับโลกได้ ขณะเดียวกันตลาดต่างประเทศก็เริ่มให้การยอมรับด้วยเหตุผลที่แม้ประเทศไทยจะไม่มีน้ำมันเหมือนมหาอำนาจรายอื่นแต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ อะไหล่รถยนต์ ลำดับต้นๆ
ของโลก ทำให้มีความเข้าใจในเรื่องของเครื่องยนต์เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าชื่อขององค์กรใหญ่อย่าง PTT ที่ถือเป็นอันดับ 1 ของประเทศเป็นจุดที่ช่วยเสริมให้เกิดความเชื่อมั่นในระดับสากลได้
“เราไม่ได้หวังแค่ว่าเราจะเป็นที่ 1 ในประเทศไทยแต่เราหวังให้ PTT Lubricants ต้องเป็นแบรนด์ระดับโลกนี่คือจุดมุ่งหมายของเรา สิ่งที่สำคัญก็คือการทำแบรนด์ของเรา เราทำแบรนด์ควบคู่กับการดำเนินงาน เรียกได้ว่าเราเป็นแบรนด์ที่เป็นของจริง พูดจริง ทำจริง ซึ่งเรามองว่านี่เป็นบุคลิกของแบรนด์ผู้นำอย่างเรา”
PTT Lubricants ขับเคลื่อนแบรนด์ด้วย Innovation และ Marketing ซึ่งคุณบุรณิน อธิบายเพิ่มว่าทั้ง 2 สิ่งมีความเชื่อมโยงกับคน ดังนั้นแบรนด์จึงนำความรู้สึก ความต้องการของคนมาเป็นตัวตั้ง ซึ่งคนในที่นี้รวมถึงพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า
“เพราะฉะนั้นคอนเซ็ปต์ของ Marketing Model เราก็คือ Innovation + Marketing และทำงานภายใต้ Be More Data, Deep Learning และ Fast Action นี่คือการทำงานแบบโลกสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งต้องผสมผสานการทำงานระหว่าง Marketing และ Innovation ให้แมตช์กับคน”
สำหรับการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ คุณบุรณิน เสริมว่า การแข่งขันจะรุนแรงหรือไม่ขึ้นอยู่กับประเทศที่เข้าไปทำตลาด ดังนั้น PTT Lubricants จึงเลือกพื้นที่ในการเจาะเข้าไปโดยอาศัยปัจจัย 3 ข้อ คือต้องเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะประเทศเหล่านี้มีโอกาสเติบโต สองต้องเป็นประเทศที่ไม่โดน Disrupt ในช่วงระยะใกล้ๆ นี้ สุดท้ายคือต้องเป็นประเทศที่มีดีมานด์ในการใช้น้ำมันคุณภาพที่ราคาจับต้องได้
“เราใช้กลยุทธ์สร้างการรับรู้และเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะเข้าไปทำตลาด นอกจากนั้นเราต้องสร้างการยอมรับเวลาที่เราไปทำตลาด เราส่งทีม Technical เข้าไปให้ความรู้ว่าน้ำมันเราดีอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาให้คุณอย่างไร อีกส่วนคือ ตัวแทนจำหน่ายที่เราเข้าไปผูกกับผู้เล่นรายเล็กและกลางในประเทศนั้น เพื่อเวลาเรื่องของมาร์เก็ตติ้งเราจะได้สนับสนุนเขาได้อย่างเต็มที่และคล่องตัว ทำให้เขาเติบโตไปพร้อมกับเรา ซึ่งตอนนี้เราสามารถขยายไปได้แล้วกว่า 41 ประเทศ ซึ่งสเตปต่อจากนั้นเราก็มองว่าเราจะขยับจากยานยนต์ไปสู่อุตสาหกรรม และมองไปถึงเรื่องของการตั้งโรงงานผลิตในอนาคตด้วย” คุณบุรณิน กล่าวปิดท้าย