ช่องทางอีคอมเมิร์ซและค้าปลีกท่องเที่ยว (travel retail) ยังคงเติบโตอย่างดีเยี่ยม โดยธุรกิจอีคอมเมิร์ซมียอดขายเพิ่มขึ้น 43.7%2 ขึ้นแท่นช่องทางขับเคลื่อนอันทรงพลังในทุกแผนกและภูมิภาค ส่วนธุรกิจค้าปลีกท่องเที่ยว ซึ่งทำยอดขายสูงกว่า 2 พันล้านยูโรเมื่อปี 2561 นั้น ยังคงเดินหน้าเติบโตอย่างรวดเร็ว
“แม้ว่า สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจจะมีความผันผวน ไม่แน่นอน และมีสภาวะแตกต่างกันในหลากหลายตลาด แต่จุดเริ่มต้นที่ดีในปีนี้ทำให้เรามั่นใจในศักยภาพที่จะทำผลงานของลอรีอัล กรุ๊ป ให้โดดเด่นเหนือบริษัทอื่นๆ ในปี 2562 และได้เห็นยอดขายและกำไรเติบโตต่อไปอีกปีหนึ่ง” ฌอง-พอล แอกง ประธานกรรมการและซีอีโอของลอรีอัล กรุ๊ป กล่าว
สรุปยอดขายไตรมาส 1 ปี 2562 เมื่อแบ่งตามแผนกธุรกิจ
- แผนกผลิตภัณฑ์ช่างผมมืออาชีพ เติบโต +2.2%
- แผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค เติบโต +3.0%
- แผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง เติบโต +14.2% ซึ่งทำผลงานได้ดีกว่าตลาดในตลาดเฉพาะกลุ่มซึ่งมีความคึกคัก
- แผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยทะยานขึ้นในอัตราเลขสองหลังที่ +13% ได้อีกไตรมาส
สรุปยอดขายไตรมาส 1 ปี 2562 เมื่อแบ่งตามภูมิภาค
ยุโรปตะวันตก
ยุโรปตะวันตกมีอัตราการขยายตัว +1.1% ในตลาดที่ค่อนข้างจะซบเซา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร
อเมริกาเหนือ
อเมริกาเหนือมีอัตราการขยายตัว +1.2%
ตลาดใหม่
เอเชียแปซิฟิก: อัตราการขยายตัวในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ +23.2% ซึ่งทุกแผนกมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะในแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงและแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอาง โดย ลอรีอัล กรุ๊ปมุ่งที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนของแบรนด์ในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดมีความคึกคักสูง นอกจากนี้ การเติบโตของบริษัทฯยังมีความแข็งแกร่งในตลาดอีกหลายแห่งในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ส่วนของแบรนด์นั้น อีฟ แซงต์ โลร็องต์ และ จิออร์จิโอ อาร์มานี รวมถึงแบรนด์สกินแคร์ระดับพรีเมี่ยมอื่นๆ มีการขยายตัวที่แข็งแกร่งที่สุด สำหรับแบรนด์สไตล์นันดะ ซึ่งทางลอรีอัลได้เข้าซื้อกิจการไปเมื่อเดือนมิ.ย. 2561 นั้นได้เปิดตัวไปในตลาดจีน และกลายเป็นแบรนด์หลักที่เร่งการเติบโตให้กับแผนกผลิตภัณฑ์อุปโภค
ละตินอเมริกา: อัตราการขยายตัวในละตินอเมริกาอยู่ที่ +4% โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายที่ฟื้นตัวขึ้นในบราซิล
ยุโรปตะวันออก: อัตราการขยายตัวในยุโรปตะวันออกอยู่ที่ +7.1%
แอฟริกาและตะวันออกกลาง: อัตราการขยายตัวในแอฟริกาและตะวันออกกลางอยู่ที่ -1.0% โดยตลาดในตะวันออกกลางยังคงมีความท้าทายอยู่มาก โดยเฉพาะในแผนกผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูง
_________________________________________________________
1 คำนวณตามขอบเขตที่สามารถเปรียบเทียบได้ของยอดขายรวมของกลุ่มบริษัทและอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ (like-for-like)
2 ยอดขายที่ได้จากเว็บไซต์ของแบรนด์ในเครือบริษัท + ยอดขายประมาณการโดยแบรนด์ในเครือ จากการประเมินยอดขายผ่านเว็บไซต์ของเครือข่ายผู้ค้าปลีก (ข้อมูลยังไม่ผ่านการสอบทานทางบัญชี)