นอกจากนี้ ได้เพิ่มโซนพิเศษที่ต่อยอดจากปีก่อนคือ โซน Startup Business Matching เป็นโซนที่จะสร้าง Ecosystem ที่สนับสนุนให้เกิดการต่อยอดธุรกิจของผู้ประกอบการ Startup ของไทย โดยมีหน่วยงานมาร่วมทั้ง GSB Start up Business Matching ของธนาคารออมสิน , Digital Ventures ของธนาคารไทยพาณิชย์ และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) รวมทั้ง สตาร์ทอัพ ที่ถูกคัดเลือกกว่า 20 บริษัท มาร่วมออกบูธ ซึ่งผู้เข้าชมงานสามารถติดต่อใช้บริการ หรือร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพได้ ภายในงานยังเปิดเวทีสัมมนาตลอด 4 วัน โดยกูรูด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี และด้านการทำธุรกิจสตาร์ทอัพ มาร่วมเปิดมุมมองในหัวข้อต่างๆ อาทิ เปิดโผหุ้นเด็ด กองทุนเด่น ทำกำไรปี 62 , ทลายขีดจำกัดธุรกิจด้วย AI และ Blockchain ,รับมือมหันตภัยไซเบอร์สร้างธุรกิจด้วยวิทย์และนวัตกรรม , Inspiration เพื่อก้าวสู่การเป็น Unicorn , ทำไมต้อง Travel Tech Startup และผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ได้ลูกค้าในยุคดิจิทัล เป็นต้น
ส่วนโซน Good Living for Aging Society ภายใต้แนวคิด Together Longer มีที่มาจากความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยสมาชิกในครอบครัวดูเเลกันและกัน เพื่อให้มีชีวิตที่ดีไปจนถึงวัยเกษียณ การที่จะแก่ชราไปอย่างมีความสุขจำเป็นต้องมีสุขภาพที่ดี มีการกินอาหารที่ดี มีการเปิดรับเรื่องนวัตกรรมและการเงิน เพื่อช่วยให้ชีวิตมีความสะดวกยิ่งขึ้น ภายในโซนจะมีการให้คำแนะนำการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ การวางแผนชีวิตก่อนเกษียณและหลังเกษียณ การใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์หลังเกษียณ เป็นต้น
โดยนางสาวภาคนี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบในปี 2564 นี้ ซึ่งหมายความว่า มีผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี เป็นจำนวน 20% ของประชากรทั้งหมด และจากการคาดการณ์จำนวนประชากรของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า ในปี 2583 ไทยจะมีประชากรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มากถึง 20.5 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 32 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็คือ ในปัจจุบันคนไทยที่มีการเตรียมความพร้อม สำหรับการเกษียณอายุเพียงไม่ถึง 20% เหลืออีก 80% จึงน่ากังวลว่า ชีวิตหลังเกษียณอาจจะมีปัญหาในการดำรงชีวิต เมื่อเข้าถึงวัยหลังการทำงานได้ ดังนั้นในการเตรียมความพร้อมการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐและเอกชน คนไทยควรตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ และเกิดการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านการวางแผนการออม การลงทุน ตลอดจนการมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และมีชีวิตที่ดีและมีความสุขในทุกช่วงวัย
ดังนั้นในงาน Money Expo จึงนำเสนอสิ่งที่จะช่วยให้กลุ่มคนทุกวัย ได้เรียนรู้และวางแผนรับมือการเกษียณอายุได้อย่างมีคุณภาพ เรื่องที่ 1. การวางแผนทางการเงิน จะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน สำหรับกลุ่มคนวัยทำงาน และคนที่จะเกษียณอายุ เรื่องที่ 2 คือ การเตรียมความพร้อมเรื่องสุขภาพ จะมีการนำเสนอองค์ความรู้ ที่จะช่วยการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสุขภาพ ศาสตร์ชะลอวัย และการดูแลตัวเอง และเรื่องที่ 3 เรื่องที่อยู่อาศัย จะมีการนำเสนอโครงการสำหรับผู้เกษียณอายุ โดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และโรงพยาบาล เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับกลุ่มคนสูงวัย
ทั้งนี้ งาน Money Expo เป็นมหกรรมการเงินการลงทุนที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค และเป็นงานที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยมาอย่างต่อเนื่องโดยตลอด 18 ปี สามารถสร้างยอดธุรกรรมเกิดขึ้นในงานเป็นมูลค่าถึงกว่า 2 ล้านล้านบาท จากผู้เข้าชมงานกว่า 16 ล้านคน โดยเฉพาะในงาน Money Expo 2018 มียอดธุรกรรมรวม กว่า 93,000 ล้านบาท”