รวิศ หาญอุตสาหะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด ผู้บริหารเจนเนเรชั่นใหม่ของศรีจันทร์ เคยให้สัมภาษณ์กับ BrandAge ว่า ในตลาดเครื่องสำอางฝั่งซัพพลายมีมากกว่าฝั่งดีมานด์ ปัจจุบันมีสินค้าผลิตออกมาสู่ตลาดมากมาย แต่ละแบรนด์พยายามใช้การสื่อสารทีโดนใจเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มทาร์เก็ตดังนั้นแบรนด์ที่ถูกจดจำได้จะต้องเป็นแบรนด์ที่มีเรื่องเล่า การที่แบรนด์จะสื่อสารกับผู้บริโภคก็ต้องผ่านวิธีการเล่าเรื่อง ซึ่งเป็นการส่งต่อเรื่องราวหรือประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ยิ่งแบรนด์ไหนมีการเล่าเรื่องได้โดนใจ สนุก น่าสนใจ มีความฉูดฉาด ก็จะยิ่งสร้างการจดจำให้กับแบรนด์นั้นได้มากกว่า
การสื่อสารแบรนด์ที่เข้ามาสร้างความสำเร็จของศรีจันทร์ จึงเกิดจากการทำ Storytelling ที่โดนใจ และสามารถดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้อยู่กับแบรนด์ได้ โดยไอเดียการเล่าเรื่องของศรีจันทร์นั้น เรื่องเล่าทุกเรื่องประเด็นต้องมาจาก Insight เช่น หากพูดถึงเรื่อง ผู้หญิงไม่อยากหน้ามัน ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นเรื่องจริงของแบรนด์ศรีจันทร์เพียงแบรนด์เดียวแต่เป็นเรื่องจริงของเครื่องสำอางทุกแบรนด์ เพียงแต่ว่าใครจะจับเอา Insight ข้อนี้มาขยี้ได้โดนใจต่อเนื่องยาวนาน และทำให้ลูกค้าจดจำได้มากกว่ากัน
“เราพยายามหามุมแบบนี้ในการสื่อสารและการสร้างแบรนด์ เราจากหา Insight ของลูกค้าก่อน ในขณะเดียวกัน ตอนที่เราแปรสารนี้ออกมาให้เป็นเรื่องราวเราต้องใส่ความเชื่อของเราเข้าไปด้วย เราย้ำเสมอว่าเราไม่ได้ทำ Product Development นะ แต่เราทำ Customer Development ลูกค้าจะเป็นจุดเริ่มต้นก่อนเสมอ มองดูว่าลูกค้าอยากได้อะไรไม่ใช่เราอยากทำอะไร อันนี้ถือเป็น Brand Essence”
ย้อนไปก่อนหน้าที่จะรีแบรนด์นั้น หากหากพูดถึงแบรนด์ศรีจันทร์ในยุคก่อน ภาพแรกที่ผู้บริโภคมองมา หากเป็น Keyword จะมีคำอย่างเรียบร้อย ไทย สีม่วง อันนี้คือสิ่งที่ลูกค้า Feedback กลับมา
ในขณะที่คาแร็กเตอร์ของแบรนด์ที่ศรีจันทร์อยากเป็นก็คือ เป็นผู้หญิงมั่นใจ มีพลัง เป็นเด็กอาจจะดูเรียบร้อยแต่ก็มีความกล้าที่จะออกไปหาอะไรใหม่ๆ ข้างนอกเสมอ และมีความเชื่อว่าสามารถพลิกคาแร็กเตอร์ได้ แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้บริโภคมองกับสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารอาจจะไม่ตรงกันทีเดียว สิ่งสำคัญคือการมองไปที่ผู้บริโภคว่ามองแบรนด์เป็นอย่างไรและจากนั้นก็หาจุดบาลานซ์ที่จะทำให้การสื่อสารแบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้
“เมื่อหาได้แล้วเราก็นำมาวางเป็นกลยุทธ์ สมมุติว่าถ้าพูดถึงผู้หญิงมั่นใจ เรานึกถึงอะไร ผู้บริโภคนึกถึงอะไร แล้วเราก็มานั่งวางแผนว่าถ้าต้องใช้พรีเซ็นเตอร์เราจะนึกถึงใคร คนนั้นต้องมีชีวิตอย่างไร อย่างไรก็ตามต้องมีความเป็นมนุษย์มากที่สุด เพราะเรามีความเชื่อว่าลูกค้าของเราจะ Related กับความเป็นมนุษย์มากกว่าแบรนด์ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะทำเรื่องการสื่อสาร รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ว่าถ้าผู้บริโภคมองเราแบบนี้ ผลิตภัณฑ์จะหน้าตาแบบไหนสีเป็นแบบไหน ดีไซน์ แพ็กเกจจิ้ง หรือแม้แต่อีเวนท์จะต้องเป็นแบบไหน”