อีกหนึ่ง Shift ของแมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย ที่เห็นได้ชัดในวันนี้คือ การปรับตัวในการทำงานขนานใหญ่ ตามความเปลี่ยนแปลงในลักษณะคล้ายกับลูกโซ่ กล่าวคือ ปรับการทำงานตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งความต้องการของลูกค้าก็มาจากการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ซึ่งผู้บริโภคก็ผันแปรไปตามสื่อที่ไม่เหมือนเดิมนั่นเอง
ยุพิน สุวรรณโสภณ มินซิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย พูดถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวว่า ภาพใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน จากมุมของลูกค้าหรือนักการตลาดที่เปลี่ยนรูปแบบการสื่อสารจากการสร้าง Awareness มาเป็นการเพิ่มดีกรีของ Engagement โดยมักจะให้เอเยนซีหาโซลูชั่นในการจัดกิจกรรมกับกลุ่มเป้าหมายอยู่เสมอ นั่นเท่ากับวัตถุประสงค์ของการสื่อสารเปลี่ยนไปอย่างรุนแรงในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
“สาเหตุมาจากคอนซูเมอร์มีทางเลือกมากขึ้น ทางเลือกต่างๆ นั้นไม่ได้หมายถึงสินค้าที่มีให้เลือกมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงช่องทางการรับสื่อ ส่งผลทำให้การทำงานของเอเยนซียากขึ้น เพื่อให้แบรนด์ของลูกค้าเป็นหนึ่งในทางเลือกของผู้บริโภค นั่นหมายความว่า การสื่อสารจะหยุดอยู่แค่ให้คนรับรู้แบรนด์ไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องเอนเกจด้วย เพื่อให้ลูกค้า Act กลับมายังแบรนด์ นี่คือสิ่งที่เห็นชัด”
ดิจิตอลเป็นอีกคลื่นหนึ่งแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อทุกอย่าง หลังเริ่มเป็นช่องทางการสื่อสารเมื่อ 8 ปีก่อน ทำให้ แมคแคน เวิล์ดกรุ๊ป ประเทศไทย ต้องจัดทัพการทำงานกันใหม่ ด้วยการจัดกองหน้าให้เป็น One Team ในการรับงานลูกค้า แทนการขายแบบ Credential
“แต่ก่อนเวลาเราขายงานลูกค้า เราจะแนะนำตัวว่าเรามีแมคแคน เอ็มอาร์เอ็ม หรือเว็บเบอร์ แต่ตอนนี้ลูกค้าไม่ได้มองอย่างนั้นแล้ว เพราะเขาไม่ได้มองตัวเองเป็นไซโลอีกต่อไป แต่มองตัวเองว่า จะต้องไปหาคอนซูเมอร์ไม่ว่าจะด้วยแชนแนลใดก็ได้ เอเยนซีก็ต้องปรับตัวเป็น One Team โดยมีบริการที่รองรับการสื่อสารในช่องทางต่างๆ อยู่เบื้องหลัง และนำเสนอเป็น One Big Idea เท่ากับว่ามันหมดเวลากับการขายบริการที่เป็นไซโล หรือขาย Credential แบบเรียงกัน ตอนนี้เราจะบอกลูกค้าว่าหลังบ้านเรามีบริการต่างๆ อยู่ แต่หน้าบ้านลูกค้าจะเจอทีมๆ เดียว ที่จะช่วยหากลุ่มเป้าหมาย แล้วค่อยมาว่าไอเดีย และช่องทางว่าควรใช้อะไร มันกลายเป็น Customer Journey ที่เอเยนซีมีหน้าที่เพื่อ Reach หรือเข้าหาคอนซูเมอร์”
ตามโครงสร้างการทำงานของแมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทยที่อยู่ภายใต้ IPG Group ในปัจจุบันประกอบด้วย McCann เป็นแอดเวอร์ไทซิ่งเอเยนซี ซึ่งพยายามรุกหนักให้เป็น Digitize Integrated Agency ให้มากขึ้น
MRM เป็นดิจิตอลเอเยนซี ในแง่ Integrated Digital ตั้งแต่ทำเว็บ จนไปถึงอีคอมเมิร์ซ
CRAFT เป็น One Stop Adaptation ทำงานโปรดักชั่นล็อตใหญ่ ในราคาไม่แพง
Common Wealth รับผิดชอบดูแลลูกค้า GM (General Motor) โดยเฉพาะ
และ Weber Shandwick เป็นพีอาร์เอเยนซี
ยุพิน กล่าวว่า เนื่องจากแมคแคน ถูกวางตำแหน่งเป็น Integration Agency จึงได้มีการรวบบริการหลังบ้านเข้ามาไว้ด้วยกัน ดังนั้นเวลาพิชชิ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วแมคแคนจะเป็นกองหน้า ยกเว้นลูกค้าที่พุ่งเป้าการสื่อสารในช่องทางดิจิตอลเป็นหลัก ก็จะให้ MRM เป็นกองหน้า ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับโจทย์ของลูกค้า