อย่างไรก็ดี จากสถิติพบว่าการใช้ e-Payment ต่อประชากร ในปี 2559 มีการใช้งานจำนวน 49 รายการ/คน/ปี ในปี 2560 พบมีการใช้งานเพิ่มเป็น 63 รายการ/คน/ ปี และในปีที่ผ่านมามีจำนวนการใช้งานเพิ่มเป็น 89 รายการ/คน/ปี โดยการใช้ Digital payment ที่สูงขึ้นส่วนใหญ่ยังเป็นการใช้จ่ายด้วยเงินสด และจากสถิติยังพบปริมาณการใช้ Digital payment เติบโตถึง 83 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังพบว่าในปี 2559 มีการใช้งาน Digital payment จำนวน 3,205 ล้านรายการ ในปี 2560 มีการใช้งานเพิ่มขึ้นเพิ่มเป็น 4,171 ล้านรายการ และในปี 2561 มีปริมาณการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นเป็น 5,868 ล้านรายการ โดยตัวเลข Mobile Internet Banking มีอัตราการเติบโตสูงถึง 263 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย
“เดินตัวเปล่า ก็จ่ายเงินได้ ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ยุคสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบในอีก 5 ปี แต่ซึ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นคือนวัตกรรมการจ่ายเงินที่ง่ายยิ่งกว่า คือการจ่ายเงินแบบไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ต้องใช้มือถือ นั้นก็คือ Biometric Payment ซึ่งเป็นการจ่ายเงินโดยใช้อัตลักษณ์ของผู้จ่ายเป็นสิ่งยืนยันตัวตน เช่น หน้าตา ลายนิ้วมือ เสียง ม่านตา เส้นเลือด เป็นต้น” พชร กล่าว
พชร กล่าวเสริมว่า ประโยชน์หลักของการใช้จ่ายเงินแบบ Bio-payment คือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจำรหัสลับ ไม่ต้องพกบัตร อุปกรณ์อื่นๆ อย่างมือถือ แท็บเลต หรืออื่นๆ เพื่อใช้จ่ายเงินอีกต่อไป ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการจับจ่ายได้มากขึ้น และทำให้การจ่ายเงินสามารถทำได้รวด เร็วและง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย นับเป็นการให้ประสบการณ์ในการจ่ายเงินที่ดีกว่ารูปแบบที่เคยมีอยู่เดิมให้กับลูกค้าและผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม ประ โยชน์ที่ลูกค้าหรือผู้ใช้งานจะได้รับจะแตกต่างกันไปตามโหมดของการใช้งาน เช่น การใช้ลายนิ้วมือ ซึ่งเป็นโหมดที่เป็นทางเลือกในการจ่ายเงิน แต่มีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งซึ่งมากถึง 15% มีปัญหากับการใช้ลายนิ้วมือในการจ่ายเงิน และบางส่วนไม่เชื่อถือการใช้งานโหมดดังกล่าว