บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดตัวโครงการฝึกอบรมทักษะเชิงดิจิทัลแก่อาจารย์จำนวน 500 คน จาก 500 โรงเรียน ภายในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ Eastern Economic Corridor (EEC) โดยตั้งเป้าต่อยอดองค์ความรู้จากอาจารย์สู่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาจำนวน 50,000 คน โดยได้โรงเรียนเมืองพัทยา 7 (หนองพังแค) เป็นโรงเรียนต้นแบบของโครงการที่จะได้รับการฝึกอบรมแบบเข้มข้นไปจนถึงช่วงปลายปี 2562 เพื่อมุ่งพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการแรงงานของตลาดในอนาคตโดยเฉพาะในกลุ่มงานด้านดิจิทัล
ผลการศึกษาที่จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ซึ่งได้ศึกษาความต้องการแรงงานในกลุ่มงานจากอุตสาหกรรมทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ EEC พบว่า ในระหว่างปี 2562-2566 มีความต้องการจ้างงานใหม่จำนวน 475,668 อัตรา ซึ่งความต้องการกลุ่มงานด้านดิจิทัลมีสัดส่วนสูงที่สุดถึง 24% หรือจำนวน 116,222 อัตรา ดังนั้น ไมโครซอฟท์จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่เยาวชนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความสำเร็จในการประกอบอาชีพในอนาคตของไมโครซอฟท์
โครงการฝึกอบรมทักษะเชิงดิจิทัลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ASEAN Digital Innovation โครงการระดับภูมิภาคของไมโครซอฟท์ที่จัดขึ้นใน 7 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย พม่า และกัมพูชา ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมทักษะให้แก่เยาวชนผ่านบุคลากรทางการศึกษา (train the trainer) โดยใช้หลักสูตรการเรียนรู้ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษผ่านเว็บไซต์ Future Ready ASEAN ซึ่งถูกจัดทำขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับมูลนิธิอาเซียน
ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการปฏิรูปสู่ธุรกิจดิจิทัลนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของธุรกิจ ซึ่งหัวใจสำคัญของการปฏิรูปดังกล่าวคือการพัฒนาแรงงานให้มีทักษะเชิงดิจิทัลที่จำเป็นในอนาคต โดยในอีก 4 ปีข้างหน้าจะมีความต้องการแรงงานที่มีทักษะด้านดิจิทัลในตลาดถึง 100,000 คนตามผลการศึกษาที่จัดทำขึ้นโดยสกพอ. ไมโครซอฟท์จึงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเสริมทักษะนั้นแก่เยาวชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามความต้องการของตลาด และนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในอนาคต”
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการเติมเต็มภาพรวมของการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต โดยมีการกำหนดเป้าหมายการเติม 5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) ที่รวมถึงอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒน ธรรม และความมั่นคงของประเทศ