สหพัฒน์ กับลอว์สัน 108
ด้วยเหตุผลของการเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เป็น Conglomerate มีธุรกิจในหลากหลายรูปแบบ การแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ ของกลุ่มสหพัฒน์ จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่สำหรับการเข้ามาสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบเต็มตัวนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าจับตามองไม่น้อย
เพราะด้วยการเป็นบริษัทที่ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าครบวงจรทั้งของกินและของใช้ ทำให้เลี่ยงไม่ได้ที่จะได้รับผลกระทบจากการมีอำนาจต่อรองที่มากขึ้นของกลุ่มค้าปลีก นั่นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กลุ่มสหพัฒน์เริ่มที่จะหันมาให้ความ สำคัญกับการทำธุรกิจค้าปลีกแบบเข้มข้นมากขึ้น
ก่อนหน้านั้น กลุ่มสหพัฒน์ เองก็มีการเข้ามาสู่ธุรกิจค้าปลีกด้วยการลงทุนร้านค้าปลีกของตัวเองภายใต้ชื่อร้าน 108 ช็อปซึ่งเป็นร้านค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของการเข้าไปเปิดช็อปของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำในเครือ
หลังจากนั้นจึงมีการดึงยักษ์ค้าปลีกจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาร่วมทุนด้วย เริ่มจากกลุ่มลอว์สัน ที่ถูกดึงเข้ามาร่วมทุนในการทำธุรกิจค้าปลีกคอนวีเนียนสโตร์ โดยจะอาศัยความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการของลอว์สันเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำตลาด
สหพัฒน์ วางโมเดลในการขยายสาขาไว้ 2 รูปแบบ คือ ร้านคอนวีเนียนสโตร์ภายใต้แบรนด์ลอว์สัน 108 และ 108 ช็อป โดยในอนาคตจะมีรูปแบบของโมเดลในเมืองและชานเมืองเข้ามาทำตลาดร่วมด้วย ซึ่งจะแตกต่างจากลอว์สัน ญี่ปุ่น ที่มี 3 โมเดลหลักในการทำตลาดคือ 1. ลอว์สัน 100 เยน (สีเขียว) 2.ลอว์สัน เนอเชอรัล (สีขาว) ขายสินค้าสำหรับผู้หญิง และ 3.ลอว์สัน (สีฟ้า) ที่มีโมเดลแตกต่างกันออกไปตามพื้นที่
นอกจากร้านคอนวีเนียนสโตร์แล้ว กลุ่มสหพัฒน์ยังมีการขยายฐานธุรกิเข้าในร้านค้าปลีกเซ็กเม้นต์เพอร์ซันนั่ลแคร์และดรักสโตร์ โดยมีการดึงบริษัทซูรูฮะ (Tsuruha) จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาร่วมทุนจัดตั้งบริษัท ซูรูฮะ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจร้านซูรูฮะ ซูเปอร์ ดรักสโตร์ ในประเทศไทย
การมีอำนาจต่อรองที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ทางหนึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกเอง จะพยายามทำตลาดในรูปแบบของการจับมือร่วมกับซัพพลายเออร์มากขึ้น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสินค้าที่ไม่ใช่แบรนด์หลักๆ ที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ที่จะโดนบีบพื้นที่ของตัวเองให้เหลือน้อยลงเรื่อยๆ