Fiat Chrysler จะเข้ารวมกับ BMW-Intel สร้างกลุ่มพันธมิตรแห่ง self-driving car (รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง) เพื่อพัฒนารถยนต์ทขับเคลื่อนตัวเอง ทำให้การแข่งขันโดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และ บริษัทเทคโนโลยี ที่แข่งกันพัฒนา "หุ่นยนต์แท็กซี่ (Robotaxis - คือ รถยนต์แท็กซี่ขับเคลื่อนตัวเอง)" ซึ่งสามารถเรียกผ่านทางสมาร์ทโฟน และจ่ายค่าบริการเป็นนาที ที่ปัจจุบันมีแข่งกันอยู่หลายกลุ่ม มีความรุนแรงขึ้น
บริษัทที่ปรึกษา McKinsey อ้างว่า ตลาดรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองจะมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 เนื่องจากลูกค้าคนหนุ่มสาวจะเลิกเป็นเจ้าของรถยนต์ และหันมานิยมใช้บริการรถยนต์แบบจ่ายเมื่อใช้ (pay-per-use) แทน
Fiat Chrysler (FCA) กล่าวว่า บริษัทวางแผนที่จะนำเทคโนโลยีรถยนต์อัตโนมัติ (รถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง) ของตนเองเข้าสู่สายการผลิตภายในปี 2021 เพื่อให้ทันกับช่วงเวลาเดียวกับการรุกของบริษัทคู่แข่งหลายรายที่กำลังพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองอยู่เช่นกัน
BMW กับพันธมิตร Intel และ Mobileye กล่าวว่า Fiat Chrysler (FCA) จะนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและความเชี่ยวชาญอื่น ๆ มาใช้ในการร่วมมือกันพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง เพื่อปูทางสู่การสร้างแพลตฟอร์มรถยนต์ที่เป็นอิสระใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ในวงกว้าง ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ สามารถนำมาใช้ได้
ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย กำลังมองหาพันธมิตรเพื่อแบ่งปันต้นทุนที่สูงในการพัฒนารถยนต์อัตโนมัติขับเคลื่อนตัวเอง ซึ่งตามข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา Frost & Sullivan อ้างว่า จะทำให้ในปี 2030 อีกประมาณ 13 ปี ประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของรถยนต์ในยุโรปจะเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง
อ้างถึงคำกล่าวของ Chief Executive ของ FCA, Sergio Marchionne ที่กล่าวว่า "การทำงานร่วมกันและการประหยัดต่อขนาด (synergies and economies of scale)" ทำให้เกิดความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกัน
Marchionne ได้เคยเตือนผู้ผลิตรถยนต์มานานแล้วว่า ผู้ผลิตรถยนต์ต้องผสานความร่วมมือกัน เพื่อให้สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการผลิตยานพาหนะเทคโนโลยีขั้นสูงได้
FCA ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นพันธมิตรกับบริษัท Alphabet Inc.ในส่วนหน่วยงาน Waymo เพื่อพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง โดยใช้รถมินิแวนไฮบริด Chrysler Pacifica เป็นฐานในการพัฒนา
รถยนต์อัตโนมัติขับเคลื่อนตัวเอง จะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถพลิกโฉมตลาดรถแท็กซี่ ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกอบการ fleet operators และ บริษัทที่ให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร (ride-hailing) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับคนขับ ทำให้การใช้บริการ รถยนต์ร่วมโดยสาร (ride-hailing) กลายเป็นต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถแข่งขันกับการขนส่งรูปแบบอื่นๆได้ รวมถึงรถโดยสารประจำทางได้
อ้างอิงข้อมูลจาก Goldman Sachs ว่า การให้บริการรถยนต์ร่วมโดยสาร (Ride-hailing services) ทั่วโลกจะสูงถึงประมาณ 33 เปอร์เซ็นต์ ของตลาดบริการรถแท็กซี่ทั่วโลก โตขึ้น 8 เท่าเป็น 285 พันล้านดอลบาร์ภายในปี 2030 เมื่อรถแท็กซี่หุ่นยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (autonomous robotaxis - รถแท็กซี่ขับเคลื่อนตัวเอง) ออกให้บริการจำนวนมาก
ซัพพลายเออร์ยักษ์ใหญ่ในวงการรถยนต์โลก Delphi Automotive และ Continental ที่ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับ BMW-Intel เช่นกัน ได้กล่าวว่าพวกเขากำลังจะทดสอบรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง 40 คันบนท้องถนนในปลายปี 2017, และจะเรียนรู้จากรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเองทดสอบ 100 คันที่ติดตั้งอุปกรณ์ Mobileye (บริษัทในเครือ Intel ผู้ผลิตอุปกรณ์สำคัญสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนตัวเอง) ในสหรัฐภายในปลายปีนี้
ภาพประกอบ โลโก้ FCA )Fiat Chrysler Automobiles)
Cr : REUTERS