สินค้าที่แถมไปกับสินค้าที่จัดรายการ โดยเลือกสินค้าที่มีแวลู่ สามารถนำไปขายต่อแล้วได้ราคามามัดติดกับสินค้าที่จัดรายการด้วยหนังสติ๊ก แล้ววางขายให้เห็นบนเชลฟ์
กลยุทธ์โปรโมชั่นแบบรัดหนังสติ๊กนี้ ถือเป็นซิกเนเจอร์ โปรโมชั่นที่ติดตัวตั้งงี่สุนมาตลอด กลยุทธ์นี้ค่อนข้างจะได้ผลดี เพราะเป็นการเพิ่มแวลู่ให้กับสินค้าในตัวที่จะผลักดัน โดยการนำสินค้าแบรนด์ใหญ่ๆ เข้ามาช่วยผลักดัน เป็นการเลือกสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในแคททากอรี่เดียวกัน และไม่ได้เป็นคู่แข่งขันกันโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
หากเข้าใจระบบของยี่ปั๊วในเรื่องของการสั่งซื้อจะมองเรื่องนี้แบบทะลุปรุโปร่ง เพราะโดยปกติ เมื่อสั่งซื้อสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่งจากซัพพลายเออร์ในยอดหรือเป้าที่กำหนด จะได้แถมสินค้าเพิ่ม อาทิ สั่ง 10 หีบ ได้แถม 1 หีบ สินค้าที่แถมมา 1 หีบนี้ผู้ประกอบการทั้งโมเดิร์นเทรด และร้านค้าดั้งเดิมส่วนใหญ่จะนำไปขาย เพื่อถัวการทำกำไรให้ได้ตัวเลขตามที่ต้องการ เพราะมีการตั้งราคาสินค้าให้ถูกเพื่อดึงลูกค้าจนบางครั้งแทบไม่มีกำไร
แต่สำหรับตั้งงี่สุนแล้ว เลือกที่จะไปเป็นของแถม สินค้าที่แถมนี้ ร้านค้าสามารถนำไปขาย ทำให้ได้กำไรเพิ่มขึ้น ซึ่งมีแวลู่มากกว่าแค่การลดราคาแบบปกติ เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยไม่ต้องหันไปเล่นในเรื่องของกลยุทธ์ราคาที่เมื่อใช้ไปนานๆ จนลูกค้าติด อาจจะไม่ส่งผลดีนัก ซึ่งนั่นคือตัวอย่างหนึ่งของการปรับตัวที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบ การรายนี้ กลายเป็นท็อปยี่ปั๊วของภาคอีสานมาอย่างยาวนาน
นอกจากลูกค้าที่เป็น End User แล้ว ร้านค้าปลีกโชวห่วยก็เข้ามาเป็นลูกค้าสำคัญของโลคอล โมเดิร์นเทรดด้วย โดยโชวห่วยถือเป็นค้าปลีกในแถวที่ 3 ที่มีสัดส่วนราว 53-55% ของมูลค่าการบริโภคค้าปลีกค้าส่งในบ้านเรานั้น ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าอิสสระขนาดเล็ก ถ้าจะมีสาขาก็ไม่เกิน 2-3 สาขา ที่เราเรียกกันว่า ร้านขายของชำ ร้านโชวห่วย ซึ่งก็ไม่ได้ล้มหายตายจากอย่างที่ภาครัฐเข้าใจอย่างผิดๆ ประมาณการจำนวนร้านค้าในแถว 3 นี้น่าจะมีราว 2.5-3.0 แสนร้านค้าที่มีหน้าร้านเป็นที่เป็นทาง และอีกราว 2 แสนที่เป็นลักษณะเพิงและมุมขายของ
การเติบโตที่ถูกขับเคลื่อนจากผู้ประกอบการท้องถิ่นจึงน่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว.....