เฮียกบยังบอกอีกว่า การสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น ต้องมีการมองที่ภาพรวมของพอร์ตฟอลิโอของสินค้าแต่ละค่ายว่าตัวไหนยังสามารถสร้างการเติบโตได้อีก ขณะที่ตัวไหนเริ่มทรงหรืออิ่มตัว ต้องมองเทรนด์ให้ออก ซึ่งการเติบโตของยอดขาย ไม่จำเป็นต้องมาจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังมาจากการมองหาโอกาสจากการขายสินค้าใหม่ๆ ของแต่ละค่ายเพิ่มขึ้น
1 ในตัวอย่างก็คือ การขายสินค้าในเครือเนสท์เล่ ซึ่งที่ผ่านมา มีการขายสินค้าประเภทกาแฟเป็นตัวหลักเพียงอย่างเดียว ยังสามารถทำยอดขายออกมาได้ออกมาปีละถึง 400 ล้านบาท ซึ่งสินค้าในเครือของเนสท์เล่ยังมีอีกหลายตัว เมื่อกางพอร์ตออกมา แล้วยังสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายได้อีกมาก
“เมื่อก่อนสินค้ามันมีไม่มาก จะเน้นในเรื่องของการขายถูกเพียงอย่างเดียว แต่ในปัจจุบันแกร็บของสินค้ามันมีมากขึ้น Need ของผู้บริโภคมันหลากหลาย จึงต้องมองหาดีมานด์ให้เจอ เพื่อเข้าไปสร้างการเติบโตกับโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปของตลาด”
สิ่งที่น่าจับตามองก็คือ ตั้งงี่สุน จะมีการใช้งบลงทุนถึง 30 ล้านบาท เพื่อสร้างดี.ซี หรือศูนย์กระจายสินค้าของตัวเองที่จะตั้งอยู่ด้านหลังของสาขานาดี โดยศูนย์กระจายสินค้าแห่งนี้จะเข้ามาช่วยในเรื่องของการยกระดับการบริหารสต็อคสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเข้ามารองรับการขยายสาขาของตั้งงี่สุนไปยังจังหวัดข้างเคียงในเขตภาคอีสานตอนบน ซึ่งเสี่ยกบบอกว่า การขยายสาขานั้น ถ้าไม่พร้อมจริงๆ จะยังไม่ขยาย เพราะเปิดมาก็ทำได้ไม่ดีนัก
เฮียกบทิ้งท้ายว่า ซัพพลายเออร์กับร้านโมเดิร์นเทรดท้องถิ่น ต้องมีการทำงานที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการช่วยชี้แนะถึงเทรนด์ใหม่ๆ ของตลาด การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน โดยเฉพาะในมุมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค ซึ่งทั้งหมดจะเข้ามาช่วยทำให้โมเดิร์นเทรดท้องถิ่นยังคงมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง.....