Power Center เน้นการจัดวางโครงสร้างในลักษณะที่เป็นกล่องๆ โดยนำจุดเด่นของไฮเปอร์มาร์เก็ตเข้ามาเป็น Angle จึงไม่เน้นการดีไซน์มากนัก แต่เน้นสร้างความสะดวกในการเลือกซื้อของให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแม่บ้านเสียมากกว่า เช่น ที่เพชรเกษม เพาเวอร์เซ็นเตอร์ และเอกมัย เพาเวอร์เซ็นเตอร์
Urban Entertainment Center โดดเด่นด้วยคอนเซ็ปต์ “Arte-tainment Avenue” เช่นที่ เอสพลานาด
นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม Stand-Alone Retail Store ที่กระจายตัวอยู่ในหลายๆ พื้นที่
หากโฟกัสเฉพาะกลุ่มไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ ที่มี เจ อะเวนิว ทองหล่อ และลา วิลล่า พหลโยธิน เป็นหัวหอกหลัก รวมถึงนวมินทร์ซิตี้ อะเวนิว และดิ อะเวนิว พัทยา ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกันดูแล้ว แต่ละแห่งก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกัน
นอกเหนือจากเรื่องของการตกแต่งตัวอาคารด้วยกันสาดสีขาว และการดีไซน์ที่มีส่วนโค้งส่วนเว้า การใช้เฉดดิ้งหลักๆ ด้วยโทนสีขาว และบริเวณด้านหน้ามีน้ำพุเป็นจุดดึงสายตา ท่ามกลางความร่มรื่นของธรรมชาติ
ด้านความแตกต่างที่อยู่ภายในตัวอาคารก็จะแตกต่างกันไปตามพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายในแต่ละโลเกชั่น ขึ้นอยู่กับว่า ไลฟ์สไตล์ของคนในละแวกนั้นเป็นอย่างไร
ยกตัวอย่าง เจ อะเวนิว ทองหล่อ มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่ค่อนข้างมาก ในโครงการก็จะเน้นร้านค้า หรือร้านอาหารญี่ปุ่นค่อนข้างมาก
ขณะที่ นวมินทร์ซิตี้ อะเวนิว จะมีลักษณะของความเป็นที่พักอาศัยมากกว่า ก็จะมีร้านหนังสือขนาดใหญ่อย่าง บีทูเอส หรือร้านของใช้อเนกประสงค์อย่าง ไดโซะ ไปเปิด รวมถึงร้านอาหารหลากหลายสไตล์ เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับกลุ่มเป้าหมายในโซนนั้นๆ
หากมองในแง่ของปัจจัยที่ทำให้ไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ของเอสเอฟประสบความสำเร็จ กระทั่งกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของผู้อยู่ในละแวกใกล้เคียง
อันดับแรกก็ต้องยกให้กับมุมมองในเรื่องของทำเลที่ตั้งตัวโครงการที่สยามฟิวเจอร์มีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ
อีกทั้งการให้ความสำคัญกับองค์ประกอบในเรื่องของร้านค้าต่างๆ ที่จะใช้เป็นแม่เหล็กในการดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงเรื่องของการดีไซน์ที่ต้องแตกต่าง และชัดเจน
ในแง่ของการเป็นนักพัฒนาโครงการ สยามฟิวเจอร์ นับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกในเรื่องของไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์อย่างแท้จริง.....