2. โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา (Thonburi Burana Hospital) ขนาด 51 เตียง เป็นโรงพยาบาลที่เน้นรักษาพยาบาลเฉพาะทางผู้สูงอายุแบบองค์รวมครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย เน้นการป้องกัน การสร้างเสริมสุขภาพ และฟื้นฟูด้วยบริการ Wellness, Fitness การบริการผู้ป่วยนอก IPD และผู้ป่วยใน OPD ตลอด 24 ชั่วโมง การดูแลรักษาฟื้นฟูผู้ป่วยหลังผ่าตัดและศูนย์ดูแลฟื้นฟูสมรรถภาพ โรคทางสมอง (สมองเสื่อม/ อัลไซเมอร์ ) ระบบประสาท หัวใจ และหลอดเลือด กระดูก ไขข้อ และกล้ามเนื้อ รวมถึง ทางเดินอาหาร สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ ทั้งนี้การบริการพยาบาลผู้สูงอายุจะเกิดขึ้นได้ทั้งที่ อาคาร จิณณ์ เรสซิเดนซ์ ผ่านบริการ Assisted Living care สำหรับผู้สูงอายุที่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ (Safe care) ผู้ป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือบ้าง (Partial care) รวมทั้งผู้ป่วยหลังผ่าตัด (Step down care) และบริการในโรงพยาบาลธนบุรีบูรณา สำหรับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ (High care) ผู้ป่วยหลังผ่าตัด (Step down care) ที่ยังต้องการทรีตเมนต์ ผู้ป่วยที่มีสภาวะอาการระดับกลาง (Illness care) โดยคาดว่าพร้อมเปิดบริการปลายไตรมาส 3 นี้
3. สถาบัน จิณณ์ เวลเนส เซ็นเตอร์ (Jin Wellness Institute) เพื่อให้บริการดูแลสุขภาพสุขภาพที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนแก่ผู้อยู่อาศัยในโครงการและบุคคลภายนอก (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) โดยนำศาสตร์ธรรมชาติบำบัดผสมผสานระหว่างแพทย์ทางเลือกและแพทย์แผนปัจจุบัน ร่วมกันพัฒนาโปรแกรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและชะลอความเสื่อมจากโรคภัย โดยมีรูปแบบการให้บริการดังนี้ 1) จิณณ์ เวลเนสคลีนิก อาทิ การตรวจหาความเสี่ยงจากโรคทางพันธุกรรม มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาเกี่ยวกับศาสตร์การชะลอวัย 2) จิณณ์ เวลเนสสปา มีการใช้เครื่องมือทันสมัย โดยผสมผสานเทคโนโลยีกับศิลปะการทำทรีทเมนต์ด้วยสัมผัสที่อ่อนโยน 3) จิณณ์ เวลเนสเวิร์คชอป กิจกรรมปรับสมดุลของร่างกาย อารมณ์และจิตใจ กับกิจกรรม อาทิ เช่น ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด จัดดอกไม้บำบัด ทำอาหารบำบัด สมาธิบำบัด 4) จิณณ์ เมดิฟิต ฟิตเนส ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ 4.1) ยิมสำหรับออกกำลังกาย 4.2) ห้องกิจกรรมและคลาสลีลาศ โยคะ 4.3) สระว่ายน้ำที่เป็นแบบสระน้ำเกลือ บ่อน้ำร้อนที่ช่วยปรับสมดุลร่างกาย รวมถึง จิณณ์ เรสเตอรอง ให้บริการห้องอาหารเพื่อสุขภาพ คาดว่าพร้อมเปิดบริการไตรมาส 4 นี้
ทั้งนี้ ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 อาคารพักอาศัยมียอดขายแล้ว 146 ยูนิต ในจำนวนนี้มียอดโอนกรรมสิทธิ์แล้ว 83 ยูนิต และมีแบ็คล็อก (ยอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์) อีก 63 ยูนิต โดยตั้งเป้าถึงสิ้นปีนี้จะมียอดโอนกรรมสิทธิ์ 200 ยูนิต