โดยอีกหนึ่งจุดประสงค์ของการ redesignพัฒนาLINE OAรูปแบบใหม่ในครั้งนี้ คือเพื่อต้องการแก้ปัญหาการส่งข้อความที่มีมากเกินไป (over-broadcasting)จนกลายเป็นการสร้างความรำคาญใจให้กับผู้ติดตามนำไปสู่ปัญหา blind broadcasting ที่ข้อความเข้าไม่ถึงผู้ใช้งาน และลดทอนประสิทธิภาพการทำการตลาดของนักการตลาดในที่สุดด้วยเหตุนี้ redesignจึงมาพร้อมกับระบบการคำนวณราคารูปแบบใหม่ เพื่อให้การทำการตลาดบน LINE OA มีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ดี หลังจาก LINE ได้รับฟังผลตอบรับจากภาคธุรกิจเมื่อครั้งประกาศรวม LINE @ เข้าเป็น LINE OA นั้น จึงได้ทบทวนราคาการให้บริการใหม่ คือจากเดิมคิดที่ 20 สตางค์ต่อหนึ่งข้อความ ลดลงเหลือ 8 สตางค์ต่อข้อความสำหรับ เบสิค แพลน และลดลงไปอีกเหลือ 4 สตางค์ต่อข้อความ สำหรับ โปร แพลน
ส่วนองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้าถึงผู้ใช้งานได้มากกว่า 1 ล้านคน ราคาให้บริการต่อข้อความจะลดลงไปอีก เหลือเพียง 1 สตางค์ต่อข้อความ ซึ่งราคาใหม่นี้ จะเริ่มใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 นี้เป็นต้นไป ในขณะที่ LINE Protection Plan ซึ่งออกมาก่อนหน้าเพื่อปกป้องลูกค้าองค์กรจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้มีเวลาปรับตัว จะขยายระยะเวลาเพิ่มเติมให้อีก คือจากเดิมที่จะหมดเขตภายในปลายปีนี้ เลื่อนออกไปอีกเป็นกลางปีหน้า
“เราต้องการทำให้การสื่อสารใน LINE OAเป็นไปอย่างสมดุลและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งการกำหนดราคาต่อข้อความก็เพื่อต้องการให้เจ้าของบัญชีนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์และมีคุณภาพมากที่สุดไปยังผู้ติดตาม อันจะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีและเกิดความพึงพอใจระหว่างกันทั้งสองฝ่าย” นายนรสิทธิ์ กล่าว
ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน LINEOfficial Account สูงถึง 3 ล้านบัญชี ในจำนวนนี้มี 1.3 ล้านบัญชีอยู่ในกลุ่มธุรกิจค้าปลีก และอีก 1.8 แสนบัญชี เป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหารและอุตสาหกรรมอาหาร โดยจากความสำเร็จของ LINEOfficial Accountในช่วงที่ผ่านมานำไปสู่การพัฒนาบริการใหม่คือ LINE OA Plus ประเดิมด้วยLINE OA Plus E-Commerce บริการใหม่ที่ลูกค้าจะสามารถซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่าน LINEOfficial Accountโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันอื่นให้ยุ่งยากและเสียเวลาพร้อมชูฟีเจอร์แรกLINE2SHOP ที่ได้aCommerceและ Akita ซึ่งเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมมือทางด้านระบบด้วย
อีกหนึ่งบริการใหม่ที่น่าสนใจคือ LINE MAN Plug-in การนำเอาบริการ LINE MAN มาเชื่อมต่อกับ Official Account ของแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ทำให้แบรนด์สามารถให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบแก่ลูกค้า ตั้งแต่การให้ข้อมูล โปรโมชั่น ตลอดไปจนถึงการจัดส่งผ่าน LINE MAN
“ถือเป็นภารกิจของ LINEที่จะช่วยนำพาภาคธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิทัล 4.0 นี้ ด้วยระบบนิเวศน์ทั้งหมดที่เรามี ดังนั้นการพัฒนาบริการใหม่ๆ ล้วนเพื่อต้องการสร้างกระบวนการการใช้งานให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ผู้บริโภคมีประสบการณ์ที่ดีสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายดายขึ้น และเกิดประสิทธิผลสำหรับภาคธุรกิจมากที่สุด โดยให้กระบวนการซื้อขายสินค้าหรือการสั่งอาหารสามารถทำได้จบภายในแอปพลิเคชั่นเดียวตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ” นายนรสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ เพื่อให้ LINE สามารถเข้าถึงการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ของคนไทยตลอด 24 ชั่วโมง ใน 7 วัน ได้อย่างแท้จริง จึงนำเสนอการขยายบริการไปสู่ภาคธุรกิจอื่น ๆ เพิ่มเติม อย่างเช่นการนำไปใช้สำหรับบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในองค์กรให้พนักงานสามารถติดต่อ ยื่นขอลาหยุดต่อฝ่ายบุคคลได้โดยตรงและอนุมัติการลาหยุดงานได้ทางไลน์ การนำไปใช้สำหรับองค์กรภาครัฐให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการสาธารณะของหน่วยงานภาครัฐได้ดียิ่งขึ้น เช่น ค่าสาธารณูปโภค ค่าโทรศัพท์ การแจ้งปัญหาและการแจ้งเตือนการชำระค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ และการนัดหมายล่วงหน้าในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล แม้กระทั่งการนำไปใช้ในภาคการศึกษาที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างครู อาจารย์ กับทางผู้ปกครอง เป็นต้น