“กลุ่มเซ็นทรัลมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการก้าวไปเป็น New Retail ที่ขายสินค้าผ่านทุกช่องทางเป็น Omnichannel ซึ่งต้องมีการ Seamless กันแบบไร้รอยต่อเพื่อมอบประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า การที่จะสิ่งนั้นได้ หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การกระจายสินค้า ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เราต้องมีการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าที่เป็น Omnichannel แห่งแรกของประเทศไทยที่เป็นการร่วมมือกับเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย เปิดศูนย์กระจายสินค้าที่มีพื้นที่ 75,000 ตารางเมตรที่บางพลี ก.ม. 19”
คำกล่าวของ ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด สะท้อนให้เห็นถึงการต่อจิ๊กซอว์ไปสู่การให้บริการแบบ Omnichannel หรือ O2O ของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้จะเข้ามาเป็นหัวใจสำคัญในการรองรับการก้าวไปสู่จุดดังกล่าว
ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่นี้จะเปิดอย่างเป็นทางการราวเดือนสิงหาคมปีหน้า ซึ่งจะทำหน้าที่ในการกระจายสินค้าให้กับบริษัทในเครือของกลุ่มเซ็นทรัลในส่วนของสินค้าที่เป็นฮาร์ดไลน์ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ออฟฟิศเมท บีทูเอส มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์ เซ็นทรัลมาร์เก็ตติ้ง และซูเปอร์สปอร์ต
ขณะที่ในส่วนของเพาเวอร์บายนั้น มีการเปิดศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ไปแล้ว ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับศูนย์กระจายสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัลที่บางพลี กม.19 โดยมีพื้นที่ประมาณ 50,000 ตารางเมตร ทั้ง 2 ศูนย์กระจายสินค้าของกลุ่มเซ็นทรัล จึงเปรียบเสมือนการเป็น “โลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาส”
กลุ่มเซ็นทรัลวางกลยุทธ์ให้ศูนย์กระจายสินค้า Omnichannel แห่งใหม่นี้มีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ให้สามารถบริหารจัดการสินค้าหลากหลายประเภท (Multi-Category) จากแบรนด์ต่างๆ ภายใต้เครือเซ็นทรัล รีเทล เพื่อกระจายสินค้าไปสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย (Multi-Channel) อย่างครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการทางการตลาดทั้ง Physical Platform และ Digital Platformโดยดึงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการดำเนินงาน อาทิ ระบบสั่งซื้อสินค้า E-Ordering ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และระบบอุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงอัตโนมัติ (Automation Voice-Picking) เป็นต้น