ด้วยเหตุผลของการเป็นกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายค้าปลีกครอบคลุมแทบทุกเซ็กเม้นต์ แถมมียอดขายเกินแสนล้านบาทมานาน โดยในปี 2561 มีรายได้รวมกว่า 240,297 ล้านบาท ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราเติบโตโดยรวม 8% เฉลี่ยเติบโตต่อปี 1.8-2.2 เท่าของจีดีพี ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลถูกจับตามองอย่างมากว่าจะได้รับผลกระทบจากการเข้ามาดิสรัปท์ของดิจิทัลมากน้อยแค่ไหน
เพราะหากมองไปที่ตลาดค้าปลีกระดับโลกแล้ว ผู้เล่นค้าปลีกที่อยู่ใน “โลกเก่า” หลายรายต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า
ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัลเอง มีการปรับตัวมาตลอด โดยวางเข็มไมล์ในการก้าวไปเป็นค้าปลีกหลากหลายช่องทาง หรือ Omni Channel อย่างเต็มตัว เพื่อมอบประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบ Seamless หรือไร้รอยต่อให้กับลูกค้า ซึ่งเป็นทิศทางของโลกค้าปลีกยุคใหม่อย่างแท้จริง
ว่าไปแล้ว เซ็นทรัล รีเทล มีจุดแข็งในเรื่องของ Physical Platform จากการหยั่งรากลึกในตลาดค้าปลีกของบ้านเรามานาน โดยมีเครือข่ายที่ครอบคลุมในหลากหลายประเทศ ในประเทศไทยที่มีห้างสรรพสินค้า ร้านค้า รวมกัน 1,979 แห่ง ใน 51 จังหวัด พร้อมทั้งยังดำเนินธุรกิจค้าปลีกในประเทศอิตาลี ด้วยจำนวนห้างสรรพสินค้า 9 แห่ง ใน 8 เมืองยุทธศาสตร์ของอิตาลี รวมถึงการขยายสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายสินค้าเฉพาะทางในประเทศเวียดนามที่มีมากถึง 125 แห่ง ใน 37 เมือง ในประเทศเวียดนาม (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562)
เมื่อนำศักยภาพของ Multi Format หรือ Physical Platform ทั้งหมดที่มีอยู่ใน 3 ประเทศ มารวมกัน เซ็นทรัล รีเทล ก็จะมีสาขาจุดขายทั้งสิ้นถึง 3,936 แห่ง ด้วยจำนวนพื้นที่ขายรวมที่มากถึง 2,945,811 ตร.ม. และพื้นที่ให้เช่ารวม 517,420 ตร.ม. ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายกว่า 27 ล้านคนทั่วโลก
Physical Platform ที่มีศักยภาพในเครือเซ็นทรัล รีเทล ประกอบด้วย
Department Store - ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล แบรนด์หลักของกลุ่มที่มีสาขากว่า 23 สาขา ส่วนแบ่งตลาดและจำนวนพื้นที่ขาย โดยมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 35 ในปี 2560 และร้อยละ 37 ในปี 2561 หรือห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และรีนาเชนเต (Rinascente)
Specialty Store - ซูเปอร์สปอร์ต, เพาเวอร์บาย, ไทวัสดุ และเหงียนคิม ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะทางในประเทศเวียดนาม