เพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมต่อให้ผู้บริโภคในยุค 5G
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเชื่อมต่อการสื่อสารไร้สายมากที่สุด โดย มีปริมาณการสมัครการใช้บริการสื่อสารไร้สาย (mobile subscriptions) 133% จากจำนวนประชากร 69.24 82%ของจำนวนทั้งหมดนี้มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ในฐานะที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเชื่อมต่อผ่าน 5G ภายในงาน Nokia Innovation Day โนเกียได้มีการสาธิตดังต่อไปนี้
- ปฏิวัติประสบการณ์ของผู้บริโภคด้วย 5G – การสาธิตค่าความหน่วงระหว่าง 4G กับ 5G โดยการเล่นปิงปองแบบเสมือนจริง (VR) โดยผู้เล่นจะถืออุปกรณ์สัมผัสแทนไม้ปิงปองเพื่อควบคุมตัวละคร (avatars) ของตน
- สาธิตประสบการณ์การช้อปเสมือนจริง – การประยุกต์ใช้ 5G เพื่อรวมร้านค้าออนไลน์และร้านค้าปลีกทั่วไปเข้าด้วยกัน โดยให้ผู้ใช้ลองสวมใส่เสื้อผ้าจริงผ่านกระจกเสมือนจริง ซึ่งผู้ทดลองจะถูกสแกนและวัดขนาดตัวตามเวลาจริง และแปลงค่าที่วัดได้เป็นขนาดเสื้อผ้าที่พอดีกับขนาดตัวตามยี่ห้อและเสื้อผ้าที่จะผลิตตามความต้องการ
- ทัวร์การออกแบบรถยนต์ – ทัวร์แห่งอนาคตในรูปแบบของการรวมสภาพแวดล้อมจริงกับวัตถุเสมือนเข้าด้วยกัน (Augmented Reality: AR) บน 5G ซึ่งประกอบด้วยการฉายภาพโฮโลแกรมของนักออกแบบรถที่กำลังพาผู้ใช้ชมส่วนประกอบต่างๆ ของการออกแบบรถรุ่นนั้นๆ ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของพวกเขา
เซบาสเตียน โลฮอง, ผู้อำนวยการบริษัทโนเกีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วย 5G ที่กำลังจะมาถึงประเทศไทยจะมีการก้าวกระโดดในเรื่องของการเชื่อมต่ออย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนซึ่งหมายความว่าธุรกิจและองค์กรในประเทศจะต้องปรับตัวเตรียมสถาปัตยกรรมการเชื่อมต่อเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลที่จะมาถึง 5G จะช่วยกระตุ้นวิสัยทัศน์ดิจิทัลนี้ และนำไปสู่การประยุกต์ใช้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อ อุตสาหกรรมในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทั้งด้านการพัฒนามนุษย์และเศรษฐกิจของประเทศ
เช่นเดียวกับปีก่อนๆ ที่งาน Nokia Innovation Day ในปีนี้เรามีความยินดีที่ได้นำเทคโนโลยีและตัวอย่างการใช้งาน 5G ล่าสุดมาจัดแสดง เพื่อช่วยผลักดันและสนับสนุนวิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 ที่จะช่วยให้ประเทศไทย ก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำแห่งวิถีของโลกดิจิทัลในภูมิภาคนี้ ”