ทั้งนี้ ระยองถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพมากและโดดเด่นใน EEC เนื่องจากปัจจุบันมีประชากรในพื้นที่และประชากรแฝงอาศัยอยู่รวมกันมากถึงกว่า 1 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงเป็นระดับท็อปของประเทศ พนัก งานบริษัทที่ย้ายจากกรุงเทพฯเข้าไปทำงาน มีเงินเดือนเฉลี่ยเริ่มต้นที่ประมาณ 50,000 บาท ภาพรวมของจังหวัดจึงถือว่ามีผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงจำนวนมาก เมื่อมีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ EEC อย่างต่อเนื่อง จะยิ่งเพิ่มทั้งความต้องการที่อยู่อาศัยและแหล่งไลฟ์สไตล์คุณภาพในพื้นที่
พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า ด้วยเป้าหมายรองรับการลงทุนและเพิ่มศักยภาพการเติบโตดังกล่าว บริษัทจึงได้กว้านซื้อที่ดินหลายแปลงบริเวณหัวมุมแยกเนินสำลี อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ติดถนนสุขุมวิทซึ่งถือเป็นพื้น ที่ “ไข่แดง” ของระยอง จนสามารถรวมกันเป็นที่ดินผืนเดียวกว่า 24 ไร่ และเป็นที่ดินเอกชนแปลงใหญ่ที่ สุดในจังหวัด เพื่อพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็นทั้ง New CBD เมืองอัจฉริยะ และไลฟ์สไตล์ฮับครบวงจร ที่ประกอบด้วยทั้งคอนโดมิเนียมที่สูงที่สุดในระยอง คอมมูนิตี้มอลล์ โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และเซอร์วิสออฟฟิศในพื้นที่เดียว ภายใต้ชื่อโครงการ “ออริจิ้น สมาร์ท ซิตี้ ระยอง” (Origin Smart City Rayong) คาดว่าจะมีมูลค่าโครงการรวมไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ต่อยอดกลยุทธ์ Blue Ocean ของบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทำเลศักยภาพที่ยังมีการแข่งขันไม่สูงมากนัก
“Origin Smart City Rayong จะพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ Beyond A Living Platform ยกระดับการอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ ด้วยแพลตฟอร์มการอยู่อาศัยที่ทำให้สามารถจัดการใช้ชีวิตได้อย่างอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาอำนวยความสะดวกในหลากมิติของการใช้ชีวิต สร้างอา ณาจักรมิกซ์ยูส ยกระดับพื้นที่ให้กลายเป็น New CBD ของระยอง พร้อมทั้งเป็นเมืองต้นแบบสังคมแห่งพลังงานทดแทน” พีระพงศ์ กล่าว