4. คิดการใหญ่บ้างก็ได้
ตอนที่ป๋าเต็ดออกมาทำค่ายเพลงสนามหลวง และต้องคิดโปรเจ็กต์เปิดตัวเพลงให้กับศิลปินลุลา ป๋าเต็ดก็เริ่มต้นจากศูนย์ด้วยการคิดจะจัดคอนเสิร์ตเหมือนเช่นเคย เพียงแค่ว่าป๋าเต็ดกลัวว่าลุลาวงเดียวจะไม่มีคนมาดู
จากปัญหาดังกล่าวก็เริ่มมีความคิดต่อยอดมาเป็นการเพิ่มวงดนตรีที่จะมาแสดง จนเป็นต้นกำเนิดของมหกรรมดนตรีมันใหญ่มาก
“ตอนนั้นมี Music Fest มากแล้วเราต้องคิดต่อว่าจะแตกต่างอย่างไรถึงจะสู้ได้
เรามองว่าทุกเทศกาลเหมือนกันคือ มีแค่เวทีเดียวคนเล่นก็ขึ้นโชว์ได้จำกัด เล่นได้ไม่เกิน 10 วง คนจัดเลยต้องเลือกแต่วงดังๆ กลายเป็นว่ามีหลายงานแต่คนเล่นเหมือนกันหมด เพราะคนจัดเลือกเอาแต่วงดังๆ ไป
ถ้าจะทำให้ไม่เหมือนต้องมีศิลปินมากกว่าต้องจัดงาน 2 วัน มีหลายเวทีสำหรับวงที่ดังแล้วกับเริ่มดัง กับเล็กมากสำหรับเพิ่งเกิดหรือว่าเวทีสำหรับแนวเพลงซับซ้อนมาก เราคัดมาได้ 8 เวที พอเวทีใกล้กันเสียงตีกัน พอ 8 เวทีต้องมีระยะห่างกัน งานจึงต้องใหญ่มากจนทีมงานอุทานขึ้นมาว่า “มันใหญ่มาก” จนกลายเป็นสโลแกนของงานบิ๊กเมาเท่น มันใหญ่มาก”
งานบิ๊กเมาเท่น กลายเป็นเทศกาลดนตรีที่ไม่เหมือนการมาดูคอนเสิร์ตทั่วไปเพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในปีนี้ ป๋าเต็ดก็มีแผนที่จะจัดงาน BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL 2017 ในวันที่ 9-10 ธันวาคมที่จะถึงนี้
5. Possibilities With in The Context
อีกหลักการทำงานที่ป๋าเต็ดใช้มาตลอดก็คือ Possibilities With in The Context
ขยายความเพิ่มเติมก็คือ การคิดงานแต่ละครั้งจะต้องเข้าใจในบริบทของงานที่เราจะทำให้ดีเสียก่อน หลังจากนั้นจึงมาดูถึงความเป็นไปได้ในการจัดกิจกรรม
ป๋าเต็ดเล่าว่า ครั้งหนึ่งทางบริษัทเกิดปัญหาในการทำงานขึ้นมาคือไปจองสถานที่สำหรับจัดงานคอนเสิร์ตไว้แต่เกิดปัญหากับศิลปินจนไม่สามารถแสดงคอนเสิร์ตได้
ทางเลือกในตอนนั้นมี 2 ทางคือ
1. ยอมให้ยึดเงินมัดจำ 1 ล้านบาท
2. หาศิลปินมาเสียบแทนในเวลา 1 เดือนซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้
แต่ป๋าเต็ดก็เลือกที่จะทำอย่างหลัง
ระยะเวลาเพียงเดือนเดียว ลำพังจะโปรโมทคอนเสิร์ตยังแทบจะไม่แต่นี่ต้องหาศิลปินมาเล่นให้ได้ก่อน ป๋าเต็ดตัดสินใจเลือกเอาวงดนตรีที่มีแนวทางดนตรีที่ชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง และมีกลุ่มคนฟังที่เหนียวแน่นอย่างพาราด็อกซ์มาเป็นตัวช่วย
พาราด็อกซ์ เป็นวงดนตรีที่มีการแสดงสด มันสนุกสนาน นักดนตรีแต่งตัวบ้าบอมีอะไรแปลกๆ มาแสดงบนเวทีอยู่เสมอ ที่สำคัญคือมีแฟนเพจติดตามมากกว่าล้านคน
“เราทำคอนเสิร์ตครั้งนี้แบบ Low Cost Airline โปรโมทผ่านโซเชียลมีเดียล้วนๆ โดยวาดภาพพาราด็อกซ์ต้องการความช่วยเหลือแล้วโพสต์ลงไปแค่นี้แฟนเพลงรู้แล้วว่าจะมีคอนเสิร์ตทันที เราสามารถขายบัตรเกินครึ่งได้ในเวลา 1 อาทิตย์บัตรราคา 900 บาท ซื้อแล้วแถมกางเกงในโลโก้วงพาราด็อกซ์
คอนเสิร์ตครั้งนี้มีงบประมาณน้อยมากแต่จะทำโปรดักชั่นให้สนุกได้อย่างไร ขนาดขอ LED ยังไม่มีเงินเช่าขนาดใหญ่สุดท้ายเราได้คอนเซ็ปต์จากของเล่นที่วงพาราด็อกซ์ชอบเอามาแจกเฟนเพลงคือตุ๊กตาเป่าลมมาประดับเวทีจำนวน 10,000 ตัวในงบประมาณ 250,000 บาท"
ในที่สุดคอนเสิร์ตเฉพาะกิจ “พาราด็อกซ์ผงาดง้ำค้ำโลกโดดไม่รู้ล้ม” ก็จบลงอย่างงดงามแบบ Low Cost
ทั้งหมดเกิดจากบริบทที่ต้องจัดคอนเสิร์ตให้ได้ในหนึ่งเดือนแล้วพยายามควานหาอะไรที่เป็นไปได้มาทำ
“กระบวนการคิดที่ง่ายสุด คือเราต้องเข้าใจ Context ของเราก่อน แล้วเราก็หาอะไรที่เป็นไปได้มาทำให้เกิดขึ้นเหมือนคอนเสิร์ตพาราด็อกซ์
ผมเริ่มงานจากความเป็นไปได้ก่อนเสมอว่า เงื่อนไขเรามีอะไรบ้างแล้วคิดย้อนกลับไป แรกๆ มันอาจจะดูห่างไกลกับงานครีเอทีฟมากแต่มักจะเป็นการเริ่มต้นที่ถูกต้องเสมอทุกครั้งที่เริ่มงาน เราจะให้ความสำคัญกับ Context แล้วความเป็นไปได้มันจะตามมาแล้วไอเดียดีๆ มันจะตามมาเอง”