แม้จะมีต้นทุนในการเข้าไปวางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เพิ่มขึ้น แต่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ก็ยังเป็นช่องทางการขายที่สำคัญ เพราะด้วยจำนวนสาขาที่ทะลุหมื่นสาขาไปแล้ว ทำให้ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กลายเป็นเน็ตเวิร์คที่สำคัญ ไม่ใช่แค่ช่องทางขายเท่านั้น แต่ยังเป็นเน็ตเวอร์คทางการตลาดที่เข้ามาช่วยในหลายๆ ด้าน
อย่างการเป็นช่องทางในการเทสต์สินค้าก่อนวางตลาดจริง การใช้เป็นช่องทางในการทำแคมเปญโปรโมชั่นที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเป็นช่องทางขายที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับสินค้าแบรนด์เล็กๆ เป็นต้น
ทีนี้ลองมาดูกันว่า การนำสินค้าเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของร้านเซเว่น อีเลฟเว่น นั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง ถึงจะสามารถให้สินค้าวางขายในร้านอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะด้วยเหตุผลของการเป็นร้านขนาดเล็กที่มีพื้นที่ขายไม่มากนัก ทำให้สินค้าที่ขายไม่ดีจะถูกถอดออกไปจากเชลฟ์หรือตู้แช่ เนื่องจากเซเว่น อีเลฟเว่น มีสินค้าใหม่ๆ ที่จ่อคิวเข้ามาวางขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เพียงแต่สินค้าของแบรนด์ใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีสินค้าของเอสเอ็มอี เข้ามาวางขายในร้านเป็นจำนวนมากอีกด้วย โดยส่วนหนึ่งของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะเข้ามาทำหน้าที่ในการผลิตสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ให้กับเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเซเว่น อีเลฟเว่น แบ่งสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ของตัวเองออกเป็น
1.Seven Select หมายถึง ร้านเซเว่น ได้คัดสรรสินค้ามาให้ผู้บริโภคแล้ว ซึ่งเป็นสินค้าที่เซเว่น ไม่ได้ผลิตเองแต่เป็นสินค้าของเอสเอ็มอี
2.Seven Fresh เป็นสินค้าที่เซเว่น ต้องการนำเสนอถึงความสดใหม่ เช่น เบเกอรี่ ขนมปัง ผลไม้ ฯลฯ ซึ่งแม้สินค้าประเภทนี้ส่วนหนึ่งเป็นสินค้าในกลุ่มซีพีออลล์เอง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นของบริษัทอื่นๆ ทั้งที่เป็นเอสเอ็มอี และผู้ค้ารายใหญ่
3.Only at Seven คือสินค้าของเอสเอ็มอีทั้งรายเล็กรายกลาง ที่เซเว่น ได้ร่วมคิดค้น พัฒนาสินค้าชิ้นนั้นขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น ต้องขอสงวนสิทธิ์ขายสินค้าชิ้นนั้นๆ เฉพาะในเซเว่นเท่านั้น ด้วยจำนวนสาขาที่มีมากกว่า 10,000 สาขา ขณะที่จำนวนซัพพลายเออร์ที่มีสินค้าวางจำหน่ายอยู่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่จัดเป็นกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในปัจจุบันมีประมาณ 50% หรือราว 2 พันราย จากจำนวนซัพพลายเออร์ทั้งหมดกว่า 4 พันราย และมีจำนวนสินค้าจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้มากกว่า 25,000 รายการ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ขายดีจะเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปจากการเกษตรต่างๆร ซึ่งหากเอสเอ็มอี นำสินค้าเข้ามาวางขายก็จะเป็นการทำธุรกิจที่ Win-Win ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะจะทำให้เอสเอ็มอี มีช่องทางการกระจายสินค้าได้มากขึ้น ส่วนเซเว่นเองก็จะมีสินค้าที่ Differentiate เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดแข่งขัน