การสร้างประสบการณ์ในการช้อปปิ้งที่ดี จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเอาท์เลต มอลล์ ของมิตซุย แต่ละแห่ง นอกจากการมีแบรนด์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์แล้ว ยังเติมเต็มในเรื่องของการเป็น ไลฟ์สไตล์ เดสทิเนชั่น เข้าไป ทั้งในรูปแบบของการใช้ชีวิต ช้อปปิ้ง กิน และท่องเที่ยว โดยเสริมการบริการที่ดีเข้าไปเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า
อย่าง มิตซุย เอาท์เลต พาร์ค คิซาราสึ นอกจากมีแบรนด์ Onitsuka, Kenzo, Mulberry, Breitling, The North Face, FURLA, Kate Spade, Under Amour, Michael Kors, Tory Burch, GaGa Milano และอื่นๆ แล้ว ยังมีการนำแบรนด์ร้านอาหารชื่อดังของญี่ปุ่นเข้ามาเปิด รวมถึงมีการเสริมบริการต่างๆ อาทิ มีบริการจอดรถให้แห่งแรกในเอาท์เลต มอลล์ โดย MITSUI OUTLET PARK KISARAZU วางแผนให้บริการจอดรถให้ในเอาท์เลต มอลล์ เพื่อประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้งที่ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น พนักงาน Service Lounge จะทำหน้าที่ดูแลรถยนต์ของลูกค้าและรอที่ทางเข้า ซึ่งช่วยประหยัดเวลาในการค้นหาที่จอดรถหรือถือของสัมภาระเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการวางแผนให้บริการอื่นๆ เช่น การล้างรถและเคลือบสีอีกด้วย
4. โลเกชั่นเดินทางสะดวก และมีระบบคมนาคมสาธารณะเข้าถึงเอาท์เลต มอลล์ โดยมิตซุย เอาท์เลต พาร์ค คิซาราสึ สามารถนั่งรถบัสโดยสารจากสถานีชินจูกุมาถึงได้ภายในระยะเวลา 45 นาที สิ่งที่น่าสนใจในการทำตลาดของมิตซุย ฟูโดซัง ก็คือ การเลือกโลเกชั่นของที่ตั้งเอาท์เลต มอลล์ ของตัวเอง ให้อยู่ใกล้เมือง สนามบิน และแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง ขณะเดียวกัน การมีโลเกชั่นที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวนั้น จะเข้ามาเติมเต็มในเรื่องของการท่องเที่ยว และการช้อปปิ้งในรูท หรือเส้นทางเดียวกันที่นักท่องเที่ยวไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง
แต่สิ่งที่ต้องชมประเทศญี่ปุ่นก็คือ การสร้างเส้นทางท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกับเรื่องของการช้อปปิ้งด้วย โดยวางเส้นทางให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยว และช้อปปิ้งได้ในคราวเดียวกัน ถือเป็นการเพิ่มแรงดึงดูดให้แก่กันและกัน ที่สำคัญ ผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกเอง ยังมีการเติมเต็มด้วยการสร้างสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้าไป เพราะมองว่า หากลูกค้าเข้ามาใช้เวลาเพิ่มขึ้น โอกาสที่จะมีการใช้จ่ายเงินเพิ่มก็มีมากตามไปด้วย
5. ต้องมีส่วนผสมทั้งลูกค้าท้องถิ่น และกลุ่มนักท่องเที่ยว เพราะกำลังซื้อจากลูกค้าท้องถิ่นถือเป็นตัวหล่อเลี้ยงที่สำคัญ มิกซ์ของแบรนด์ และการดีไซน์บรรยากาศภายในศูนย์ที่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าทั้ง 2 ส่วนจึงเป็นเรื่องสำคัญ
การตลาดประชิดถึงตัวลูกค้า
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มิตซุย ฟูโดซัง มีการทำการตลาดที่พุ่งตรงเข้าหาลูกค้าเป้าหมายที่เป็นนักท่องเที่ยว โดยเมื่อปีที่แล้วก่อนที่จะมีการเปิดตัวพรีเมียม เอาท์เลต มอลล์ คึซาราสึ โฉมใหม่ที่รีโนเวทในเดือนตุลาคม ราวเดือนสิงหาคม มิตซุย ฟูโดซัง ได้เข้ามาจัดงานแถลงข่าวในบ้านเราถึงความคืบหน้าของการรีโนเวท และการเติมเต็มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป ด้วยเหตุผลที่ ตลาดไทย เป็นตลาดเป้าหมายสำคัญของพวกเขา เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นจากข้อมูลของสำนักงานท่องเที่ยวของญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นเมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้นถึง 9.5% จากปี 2559 โดยมีตัวเลขประมาณ 987,100 คน
ส่วนในปี 2561 ที่ผ่านมา ทะลุหลัก 1 ล้านคน โดยประเทศไทยติดอันดับ 6 ของประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนญี่ปุ่นมากที่สุดในปีที่แล้ว รองจาก จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา
จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ มาจากปัจจุบันการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็มีเที่ยวบินสัปดาห์ละหลายเที่ยวบินที่บินระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะสายการบินที่เป็นโลว์คอสท์ ทำให้ฐานของนักท่องเที่ยวชาวไทยขยายออกไปค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะกับการได้คนรุ่นใหม่ในกลุ่มเจนวายหรือมิลเลนเนียลที่เดินทางเข้าไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวไทยเป็นอีกกลุ่มที่ถูกจับตามอง เนื่องจากประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่กำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวไทยก็มีออกมาค่อนข้างดี
ทั้งหมดคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัท มิตซุย ฟูโดซัง จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของโลกที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโตเกียว และเป็นผู้พัฒนาที่ดินเพื่อการค้าปลีกที่มีทั้งศูนย์การค้าแนวตั้ง และศูนย์การค้าในรูปแบบของลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เลต มอลล์ หลายสาขาครอบคลุมตั้งแต่ทิศเหนือจรดติดใต้ของประเทศญี่ปุ่น เข้ามาจัดงานแถลงข่าวความพร้อมในการเปิดให้บริการ MITSUI OUTLET PARK KISARAZU อีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่
ถือเป็นครั้งแรกของการเข้ามาแถลงข่าวของบริษัทพัฒนาที่ดินด้านการค้าปลีกจากประเทศญี่ปุ่น ที่พุ่งตรงมาสื่อสารกับลูกค้าชาวไทย โดยไม่ใช่การแถลงข่าวแผนการขยายการลงทุนเข้ามาในบ้านเรา แต่เป็นการเข้ามาให้ข่าวถึงความพร้อมในการเปิดสาขาใหม่ เพื่อสื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยตรง ซึ่งหลังจากนี้เชื่อว่า จะมีการทำการตลาดในรูปแบบอื่นๆ ตามมา เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น และแวะช้อปปิ้งในลักชัวรี่ พรีเมียม เอาท์เลต มอลล์ ของมิตซุย ฟูโดจัง