ปัจจุบัน ใช้เทคโนโลยีรักษาโดยสลายต้อกระจกด้วยคลื่นความถี่สูงหรืออัลตราซาวน์ (Phacoemulsification) หรือ “Phacoe - เฟโค” วิธีนี้ช่วยให้จักษุแพทย์สลายส่วนของเลนส์ตาที่เป็นฝ้าหรือเสื่อมสภาพ แผลผ่าตัดจะเริ่มเล็กลงมาก ประมาณ 2-4 มิลลิเมตร จากนั้นจะฝังเลนส์แก้วตาเทียมลงไปแทนเลนส์ตาเดิมที่ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพ โดยเลนส์ตาเทียมจะอยู่ได้ตลอดชีวิต ไม่ต้องเปลี่ยนซ้ำ หลังผ่าตัดช่วยให้การมองเห็นเร็วขึ้น และการผ่าตัดต้อกระจกและฝังเลนส์เทียมโดยใช้เลเซอร์ (Femtosecond laser) หรือเรียกสั้นๆ ว่า “Femto - เฟมโต” วิธีนี้ช่วยให้แพทย์เปิดแผลได้ตามขนาดที่ต้องการ ทำให้แม่นยำมากขึ้น การผ่าตัดด้วยวิธีนี้ใช้พลังงานน้อย ทำให้ความบอบช้ำของกระจกตามีน้อย
รศ.นพ. ปริญญ์ โรจนพงศ์พันธุ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านจักษุวิทยา กล่าวว่า การรักษาในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่สลายต้อกระจกที่ขุ่นให้ใสเท่านั้น แต่จักษุแพทย์ยังมุ่งเน้นไปถึงการออกแบบสายตาให้ผู้ป่วยแต่ละคนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ เช่น การมองไกลมองใกล้ จำนวนชั่วโมงที่ขับรถ การใช้มือถือหรือการใช้จอคอมพิวเตอร์ รวมทั้งความต้องการในการเล่นกีฬาชนิดต่างๆ ซึ่งจักษุแพทย์จะพยายามออกแบบเลนส์แก้วตาเทียมชนิดที่เหมาะและแม่นยำให้กับผู้ป่วยแต่ละราย เป็นการออกแบบเฉพาะบุคคล เพราะผู้ป่วยแต่ละคนใช้เลนส์ไม่เหมือนกัน ตาซ้ายกับตาขวาใช้เลนส์คนละชนิดก็เป็นได้
ล่าสุดโรงพยาบาลได้นำเครื่อง ORA System ซึ่งเป็นนวัตกรรมช่วยผ่าตัดต้อกระจกแม่นยำมากขึ้นมาใช้ เป็นเครื่องมือช่วยเสริมในการผ่าตัดต้อกระจกและฝังเลนส์เทียมโดยใช้เลเซอร์ (Femto) ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย ORA เป็นนวัตกรรมตรวจวัดค่าสายตาผู้ป่วยระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time ช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการวัดแบบมาตรฐาน เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดทำเลสิกมาก่อน หรือการผ่าตัดใดๆ ของกระจกตา เช่น กรีดกระจกตามาก่อน ซึ่งการวัดแบบมาตรฐานทำได้ไม่แม่นยำเท่าการวัดด้วยเครื่อง ORA
พญ.ฐาริณี กุลกำม์ธร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ กล่าวว่า ด้วยไลฟ์สไตล์คนในยุคปัจจุบัน ต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ต้องติดต่อสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟน หรือแท็บเลต เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมเพ่งหน้าจอนานๆ หรือดูมือถือในที่แสงสว่างไม่เพียงพอ ย่อมส่งผลให้เกิดปัญหาสายตา เช่น ปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้นในเด็กได้ ส่งผลให้พบภาวะสายตาผิดปกติในวัยเด็กเพิ่มขึ้น
เบื้องต้น คำแนะนำสำหรับการทำงานอยู่กับจอคอมพิวเตอร์ หรือหน้ามือถือเป็นเวลานาน ให้ใช้หลัก 20 20 20 คือ ทุกๆ 20 นาที ของการมองใกล้ (มือถือ คอมพิวเตอร์ อ่านหนังสือ) ให้พักสายตาประมาณ 20 วินาที โดยมองไปที่ไกลประมาณ 20 ฟุต ในระยะ 20 ฟุต เพื่อคลายกล้ามเนื้อตา ทำให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และไม่ปวดกล้ามเนื้อตา
สำหรับนวัตกรรม ReLEx SMILE เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ต่อยอดมาจากเลสิก เป็นเทคนิคการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้นและเอียงด้วยเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง มีแผลเปิดที่กระจกตาเล็กมาก ประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ทำให้รบกวนเส้นประสาทบริเวณกระจกตาน้อย เป็นผลให้อาการตาแห้งและระคายเคืองตาพบได้น้อย โดยที่ค่าสายตาหลังผ่าตัดคำนวณได้แม่นยำ ทำให้มองเห็นดีขึ้นและคงที่ในเวลาไม่นาน สามารถใช้ชีวิตปกติได้คล่องตัว
ทั้งนี้ ผู้ที่ทำการรักษาควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และมีค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี และต้องไม่มีโรคที่เป็นข้อห้ามในการรักษา เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลยังไม่ดี สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินถึงความเหมาะสม