ขณะที่ข้อจำกัดของช้อปปิ้งออนไลน์ก็คือ ลูกค้าไม่สามารถจับต้องสินค้า หรือทดลองสินค้านั้นๆ ได้ ออมนิแชนแนลของโรบินสันจึงเข้ามาช่วยแก้ Pain Point ให้กับทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่ง วุฒิเกียรติ บอกกับเราว่า นอกจากการแก้ Pain Point ให้กับลูกค้าแล้ว ออมนิแชนแนล ยังเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสในการขายให้กับโรบินสันอีกด้วย
เขายกตัวอย่างให้เห็นจากโรบินสัน สาขาแม่สอดที่มีพื้นที่ขายไม่มากนัก จึงไม่สามารถใส่แบรนด์บางแบรนด์ที่ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหลักๆ เข้าไปได้ แต่หากมีลูกค้าบางกลุ่มที่สนใจแบรนด์เหล่านั้น ก็สามารถเลือกซื้อได้ผ่านออมนิแชนแนลของโรบินสัน
ปัจจุบัน สัดส่วนการขายจากช่องทางที่เป็นออมนิแชนแนล ยังมีค่อนข้างน้อย เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีสัดส่วนประมาณ 2% แต่ผู้บริหารของโรบินสันมั่นใจว่า ภายในอนาคต 3 -5 ปีจากนี้ไป สัดส่วนตรงนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นเกิน 15%
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเข้ามาช่วยสร้างตัวเลขการเติบโตของยอดขายให้กับโรบินสันที่ปัจจุบันจะมีการเติบโตของยอดขายอยู่ที่ประมาณ 4 – 5%
ความท้าทายสำคัญอย่างหนึ่งในการรับมือกับดิจิทัล ดิสรัปชั่นของโรบินสันก็คือ จะทำอย่างไรให้สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ไม่เพียงแค่ดิจิทัล แพลตฟอร์ม แต่ยังรวมดึงฟิสิกคัล แพลตฟอร์ม ด้วย โรบินสันมีการเติมเต็มบริการใหม่ๆ เข้าไป อาทิ ตัว Butler Service ที่เป็นเคาน์เตอร์บริการในห้างโรบินสัน ซึ่งจะให้บริการครบวงจรทั้งในเรื่องของซ่อมเสื้อผ้า ตัดขากางเกง ซ่อมร้องเท้าผ้าใบ ทำความสะอาดรองเท้า รวมถึงบริการอื่นๆ ซึ่งจะเริ่มในสาขาที่มีการรีโนเวทใหม่อย่างซีคอนสแควร์ สุพรรณบุรี ตรัง และกาญจนบุรี โดยจะให้บริการในโรบินสันครบทุกสาขาภายใน 2 ปีถัดจากนี้ไป