BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
20,899
VIEWS

ย้อนดูกลยุทธ์ของ “ดูเร็กซ์” กับสร้างตลาดถุงยางเพื่อการคุมกำเนิด....

ต.ค. 01, 2562 R.Somboon

บางครั้งคู่แข่งขันก็มาในรูปของผู้เล่นที่อยู่คนละตลาด....

คำเกริ่นนำข้างต้น สะท้อนให้เห็นถึงสงครามการตลาดทุกยุคทุกสมัยได้ดีว่า คู่แข่งสำคัญของแบรนด์เรา อาจจะไม่ใช่ผู้เล่นที่อยู่ในระนาบเดียวกัน หรืออยู่ในตลาดเดียวกันเพียงอย่างเดียวก็ได้ เพราะมีคู่แข่งทางอ้อมที่เข้ามาท้าชิงเพื่อเบียดแย่งพื้นที่หรือยอดขายจากเรา

คู่แข่งทางอ้อมนี้ หลายครั้งเข้ามาเพราะความบังเอิญที่ไปค้นเจอโอกาสทางการตลาดบางอย่าง แต่บางครั้งก็เป็นการจงใจที่จะเข้าไปขอท้าชิงเพื่อแย่งชิงตลาด ยิ่งเห็นโอกาสทางการตลาดเปิดกว้างมากเท่าไร ก็ยิ่งเย้ายวนให้เข้ามาร่วมชิงชัยมากขึ้นเท่านั้น

อุบัติเหตุแบรนด์เนม วันนี้ พานั่งไทม์แมชชีนย้อนไปเมื่อราว 15 ปีที่แล้ว ซึ่งในครั้งนั้น ถุงยางอนามัยดูเร็กซ์ มีการหันหัวรบเข้ามาชิงส่วนตลาดของยาคุมกำเนิด ลองไปดูกันว่า ดูเร็กซ์เขาทำอะไรกันบ้าง....

 

ดูเร็กซ์พลิกเกมรบ

สร้าง Brand Character ขยายตลาด

สินค้าประเภทถุงยางอนามัยมีเบเนฟิตพื้นฐานอยู่ที่เรื่องของการช่วยคุมกำเนิดอยู่แล้ว แต่เมื่อคราวที่เกิดการระบาดขึ้นของไวรัสเอชไอวี หรือเอดส์เมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว ถุงยางเลยถูกนำมาใช้เพื่อป้องกันการติดเอชไอวีอย่างแพร่หลาย เลยทำให้ตลาดถุงยาง ถูก“จุดติด” และบูมขึ้นอย่างมาก

ว่าไปแล้ว การสร้างแบรนด์ในตลาดถุงยางอนามัย เป็นเรื่องค่อนข้างยาก เพราะถ้ามองในแง่จิตวิทยาของผู้บริโภคแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ชอบใช้สินค้าประเภทนี้ ถ้าไม่มีเรื่องของการป้องกันโรคติดต่อเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็มักจะไม่นิยมใช้ เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกนึกคิดว่า การใช้ถุงยางไม่มีความเป็นธรรมชาติ ขณะที่ทัศนคติของผู้บริโภคหลายๆรายยังมีความอายที่จะซื้อถุงยาง เพราะกลัวว่าจะถูกมองเป็นเรื่องของการมักมากทางเพศ ด้วยเหตุนี้ ตลาดถุงยางอนามัยในช่วงระหว่างปี 2547 – 2548 จึงมีการเติบโตไม่มากนัก

การทำตลาดของผู้นำตลาดอย่างดูเร็กซ์ จึงไม่ใช่อยู่แค่การรักษาส่วนแบ่งตลาดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการมุ่งที่จะขยายตลาดให้ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ล่าสุด ดูเร็กซ์ มีการพลิกรูปแบบการทำตลาดใหม่ หันมาสร้างคาแร็กเตอร์ของสินค้าอย่างเด่นชัดเพื่อสะท้อนบุคลิกของคนใช้ออกมาอย่างชัดเจนว่ามีคาแร็กเตอร์หรือบุคลิกอย่างไร 

 

ดูเร็กซ์ เปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดถุงยางใหม่ที่ฉีกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยหันมาเน้นที่ Brand Concept มากกว่าที่จะขาย Product Property หรือคุณสมบัติเดิมๆ ของถุงยาง เช่น ความเร้าใจ ความเซ็กซี่ โดยจะมีการทำ Brand Identity ที่สะท้อนคาแร็กเตอร์ของตัวสินค้ามาสู่คาแร็กเตอร์ของกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านั้น ดูเร็กซ์ ยังไม่เป็นอย่างนั้น

ดูเร็กซ์  สร้าง Concept ในการทำตลาดขึ้นมาอย่างชัดเจน แทนที่การนำเสนอจุดขายในรูปแบบเดิมที่มักจะใช้ความเซ็กซี่ เร้าใจจากการใช้ถุงยางผ่านทางพริตตี้ หรือนางแบบ รวมทั้งตัวแพ็กเกจจิ้ง ที่มีรูปผู้หญิงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ทำให้ภาพของถุงยางอนามัยในสายตาของผู้บริโภคออกมาในเรื่องของกามารมณ์มากกว่า ภาพของการเป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการคุมกำเนิดหรือป้องกันโรค ภาพดังกล่าว ทำให้ผู้บริโภคหลายๆ ราย โดยเฉพาะวัยรุ่นซึ่งเป็น New Consumer ในตลาดนี้ ไม่กล้าที่จะซื้อหรือถือถุงยางอนามัย เพราะกลัวถูกมองภาพไม่ดี 

ถ้าจะไล่ยุคของตลาดถุงยางอนามัยในบ้านเรา อาจจะออกมา 3 ยุค คือ ในยุคแรก ถุงยางอนามัยถูกใช้เพื่อการคุมกำเนิดซึ่งในยุคนั้นไม่มีการสร้างแบรนด์อย่างจริงจัง เพราะมี “มีชัย” เป็นเหมือนตัวกลางในการแจกจ่ายถุงยางให้กับคนใช้ แม้จะมีสินค้าวางขายบ้างแต่เจ้าของแบรนด์สินค้าส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ในการผลิตสินค้าป้อนให้เท่านั้น

ยุคต่อมา เป็นยุคที่ตลาดถุงยางบูมมากๆ แต่ละแบรนด์เริ่มมีการทำการตลาดอย่างเด่นชัดรับกับการขยายตัวของตลาด แต่การใช้เพื่อป้องกันโรคส่วนหนึ่งจะถูกผลักดันโดยผู้หญิงหากิน  ผู้ใช้สินค้าที่เป็นนักเที่ยว ยังไม่นิยมที่จะพกถุงยาง เพราะกลัวโดนมองภาพไม่ค่อยจะดี ความจงรักภักดีต่อตัวแบรนด์จึงมีไม่มากนัก อยู่ที่การดิสทริบิวชั่นว่าใครจะสามารถครอบคลุม รวมถึงสามารถผลักดันเข้าสถานที่ท่องเที่ยวกลางคืนได้มากกว่ากัน

เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2547 – 2548 ถุงยางกลับคืนสู่การใช้เพื่อคุมกำเนิด และ End user หรือคนซื้อส่วนใหญ่ก็กลับมาเป็นผู้ชาย ซึ่งคนที่มีประสบการณ์ในเรื่องเพศมาแล้ว จะรู้ Benefit ของถุงยางได้ดี แต่วัยรุ่น ซึ่งเป็น New Consumer ยังมีทัศนคติกับถุงยางเหมือนเดิม ดูเร็กซ์จึงต้องทำการตลาดเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภคใหม่

 

ในช่วงเวลานั้น ดูเร็กซ์มีการลอนช์ ดูเร็กซ์ ยีนส์ ถุงยางอนามัยรุ่นใหม่ที่ออกมาจับวัยรุ่นโดยตรง ดูเร็กซ์ ยีนส์ จะมีการดีไซน์แพ็กเกจจิ้งใหม่ที่ฉีกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยดีไซน์ของแพ็กเกจจิ้งใหม่นี้ จะเป็นการใช้กราฟิกที่สวยงามลบภาพของการเป็นกล่องถุงยางในอดีตที่ส่วนใหญ่มีแต่รูปชาย – หญิง กอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน ทำให้กลุ่มเป้าหมายกล้าที่จะพกถุงยางมากขึ้น

ไม่เพียงแต่การออกแบบแพ็กเกจจิ้งใหม่ ดูเร็กซ์ยังมีการกำหนด Concept การทำตลาดอย่างชัดเจน เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งถือเป็นครั้งแรกเช่นกันที่การทำตลาดถุงยางมีการพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นโดยเฉพาะทั้งในแง่ของตัวสินค้าและกิจกรรมการตลาด โดยจะมีทำในเรื่องของ Brand Identity อย่างชัดเจนทั้งกับรุ่นยีนส์ และรุ่นเซนเซชั่น ซึ่งเป็นถุงยางอนามัยชนิดผิวไม่เรียบที่ลอนช์ออกมาพร้อมกัน แต่จับกลุ่มเป้าหมายคนละกลุ่ม โดยเซนเซชั่น จะจับกลุ่มคนที่มีอายุ 25 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีประสบการณ์ในการใช้ถุงยางแล้ว แต่ต้องการความแปลกใหม่และแคร์ความรู้สึกของคู่นอน เพราะรุ่นนี้ จะมีปุ่ม 500 ปุ่มที่ช่วยเพิ่มความสุขให้กับคู่นอน

ดูเร็กซ์ ใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นกลุ่มที่หลายค่ายหันมาให้ความสำคัญ และหันมาสร้างตลาดอย่างจริงจัง เพื่อเปลี่ยนทัศนคติ โดยกลุ่มวัยรุ่นนี้ จะมีรูปแบบการคุมกำเนิดอยู่ 3 รูปแบบคือ หนึ่ง ใช้ยาคุม สอง ใช้วีธีธรรมชาติ และ 3 ใช้ถุงยาง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยังใช้น้อยมาก ถ้าสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมตรงนี้ได้ ไม่เพียงแต่ตลาดจำนวนมหาศาลที่รออยู่เท่านั้น แต่ยังมีในเรื่องของการ Carry Brand ในระยะยาว ในกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นโตเป็นผู้ใหญ่และมีครอบครัว

แน่นอนว่า การขายในเรื่องของการคุมกำเนิดที่เป็นเบเนฟิตพื้นฐานของสินค้าประเภทนี้ ส่วนหนึ่งจะเป็นการเข้าไปช่วงชิงตลาดของคู่แข่งทางอ้อมอย่างยาคุมกำเนิด โดยพยายามให้ความรู้พร้อมกับทลาย Pain Point ของผู้บริโภคลงเพื่อให้ผู้บริโภคที่เป็นวัยรุ่นหันมาใช้ถุงยางอนามัยในการคุมกำเนิดกันมากขึ้น

เป็นอีก 1 บทเรียนทางการตลาดที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว....

ดูเร็กซ์ แบรนด์ถุงยางอนามัย ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับคนทั้งโลก

TNR ตั้งเป้ายอดขายถุงยาง PLAYBOY เซต New High ตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่มในยุโรป-เอเชีย

TNR เปิดตัวถุงยางอนามัย Playboy Sweet Love ดีไซน์แพ็กเกจใหม่ขายผ่าน Shopee-Lazada

เพราะอะไร สินค้าอื่นยอดขายตกเพราะ COVID-19 แต่ถุงยางกลับขายพุ่งกระฉูด?

TNR เปิดตัวแคมเปญ All what you want ดันแบรนด์ ONETOUCH® 20 ปี ขยายตลาดถุงยางอนามัย

myONE™ มุ่งจุดประเด็นเรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องธรรมชาติ เตรียมเปิดตัวถุงยางอนามัยเจนใหม่

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact