ธุรกิจแพ็กเกจจิ้งประเภทขวดพลาสติก และกล่องกระดาษยังคงเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะสนามนี้เต็มไปด้วยรายใหญ่นับสิบๆ รายที่เข้าแข่งขัน แต่ละรายต่างมีจุดแข็ง สายป่าน ศักยภาพ และฐานลูกค้าอยู่ในมือด้วยกันทั้งนั้น สำหรับ “บีจีพี” จึงตั้งเป้าหมายสู่การเป็น Packaging Solution ภายใน 3 ปีข้างหน้าเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับตลาดด้วยนวัตกรรม ภายใต้ต้นทุนที่ Competitive กว่าคู่แข่ง
แต่เบื้องหลังที่จะทำให้ตำแหน่งทางการตลาดดังกล่าวเกิดขึ้นและเป็นจริงได้นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมเวิร์คเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่สำคัญ และเป็นสิ่งที่ “เงิน” ก็ไม่สามารถหาซื้อได้
วรวัฒน์ บูรณากาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (บีจีพี) ในเครือบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน)กล่าวถึงแนวทางการทำงานที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากมีครอบครัวที่มั่นคงเป็นแบ็คอัพที่ดีที่สามารถซัพพอร์ตให้ทำงานได้อย่างเต็มที่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดยังมาจากวัฒนธรรมองค์กรในการสร้างMan Power ให้ทำงานอย่างเป็นทีม
“ส่วนตัวผมมีประสบการณ์การทำงานในอุตสาหกรรมโรงงานมามากกว่า 20 ปีจากหลายๆ ที่ บอกได้เลยว่าหัวใจสำคัญของธุรกิจโรงงานอยู่ที่คนในองค์กร และการบริหารทีมงานให้เกิดทีมเวิร์ค เพราะเราไม่สามารถทำอะไรคนเดียวได้ ทุกคนต้องพึ่งพากันและกัน”
วรวัฒน์ จึงมีความเชื่อว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ดังนั้นสไตล์การทำงานของเขาจึงมักจะเปิดโอกาสให้พนักงานทุกระดับ โดยเฉพาะระดับ Subordinate สามารถเสนอแนวทาง หรือแบ่งปันความคิดเห็นกับผู้บริหารได้ตลอดเวลา
“ผมดูแลพนักงานเหมือนเพื่อนร่วมงานอย่างเท่าเทียมกัน เวลาผมไปคุยงานแต่ละโรงงาน ผมจะไปถึงระดับล่างเลย ทำให้ผมรู้ฟีดแบ็คอะไรต่างๆ จะผิดหรือถูกอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเราต้องมาวิเคราะห์ หรือสังเคราะห์อีกครั้งภายหลัง แต่ถือได้ว่า เราได้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็น ตรงนี้แหละคือการสร้างทีมเวิร์คที่ดี ซึ่งโชคดีที่ผมได้ทีมงานที่ดี เขาทำงานกันมานานเป็นปึกแผ่นเป็นทีมเวิร์ค เวลามีปัญหาอะไรพวกเขาเข้าใจสถานการณ์ และพร้อมแก้ไขปรับเปลี่ยนด้วยความเต็มใจ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ผมคิดว่าเครื่องจักร หรือเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ซื้อหาได้ตราบใดที่มีเงิน แต่ถ้าคนขาดการทำงานเป็นทีมเวิร์ค หรือขาดความเข้าใจกัน ผู้บริหารระดับสูงไม่ลงมาคลุกคลีเพื่อสร้างวัฒนธรรมการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หรือพนักงานไม่มีโอกาสเสนอความเห็น ก็จะทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ยาก”
เคล็ดลับต่อมาคือการดึงศักยภาพของคนออกมา และทำให้เกิด Put the right man on the right job.
“แต่ละคนล้วนมีความชำนาญ หรือจุดเด่นจุดด้อยที่ไม่เหมือนกัน แต่ผมคิดว่าเสมอว่าทุกคนมีของดีอยู่ในตัว เพียงแต่ว่าสาเหตุที่เขาทำงานออกมาได้ไม่เต็มที่ มาจากการทำงานผิดจุด หรือไปอยู่ผิดที่ จึงไม่สามารถโชว์ความสามารถออกมาได้ ฉะนั้นเราต้องบริหารจัดการด้วยการหมุนเวียนงานให้เขาเกิดการเรียนรู้ ซึ่งอาจจะทำให้เขาค้นพบตัวเองว่ามีจุดเด่นอะไร”
หลักการบริหารงานดังกล่าว มาจากประสบการณ์ส่วนตัวของวรวัฒน์ ที่ผ่านการหมุนเวียนในการทำงานจากหลายหน่วย ทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายโรงงานผลิต วิศวกรรมการผลิต ระบบตรวจคุณภาพ หรือแม้กระทั่งฝ่ายการเงินและบัญชี
“ผมคิดว่าเวลาที่เราผ่านการทำงานหลายๆ ที่ทำให้เกิดการผสมผสาน ได้เพิ่มมุมมองการทำงานใหม่ๆ บางคนอาจจะตกใจว่าโดนย้าย แต่จริงๆ แล้วนั่นคือการเรียนรู้ทั้งนั้น สำหรับผมแล้วคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งผมได้มีโอกาสขึ้นมาอยู่ในระดับผู้บริหาร ทำให้ผมจับประเด็นหรือแก้ปัญหาได้ถูกจุด และเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้นำมาแก้ไขปัญหาในแต่ละวันได้เป็นอย่างดี”
ในเวลาเดียวกัน บีจีพีก็ได้นำคนภายนอกเข้ามาช่วยเปิดโลกทัศน์หรือมุมมองใหม่ๆ ในการทำงานให้กับพนักงานเดิม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการแข่งขันและเพิ่มการเติบโตในอนาคตโดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ได้เพิ่มทีมระดับผู้บริหารต่างชาติจากนอกอุตสาหกรรมเข้ามาเสริมทีมการทำงาน เพื่อเปิดมุมมองด้านองค์ความรู้ในการกระบวนการผลิตให้เป็นมาตรฐาน หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต และรองรับการเปิดตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังในปีหน้า รวมถึงส่งออกทีมงานไปฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีการผลิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะทวีปยุโรปที่มีความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีการผลิตขวดพลาสติก
“การฝึกอบรมเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเทคโนโลยีการผลิตเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เราจึงมีการฝึกอบรมทุกเดือน โดยทุกคนต้องเข้าร่วม ส่วนคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญก็ต้องไปหาความรู้เพิ่มเติมจากต่างประเทศที่เป็นเจ้าของโนว์ฮาว หรือเชิญพันธมิตรเข้ามาแบ่งปันความรู้ใหม่ๆ”
อย่างไรก็ดี ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความสำคัญมากขึ้น บีจีพีก็ให้ความสำคัญและมีโนโยบายที่ใส่ใจในการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
“เพราะเราอยู่ในธุรกิจแพ็กเกจจิ้ง เราจำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและยึดถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ ถ้าเป็นเรื่องกระดาษจะง่ายหน่อย เพราะไม่มี Concern เรื่องสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสามารถรีไซเคิลได้ 100% และที่ผ่านมาซัพพลายกระดาษรีไซเคิลก็มีเพิ่มมากขึ้น แต่พลาสติกต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา ตามเทรนด์ของการผลิตขวดพลาสติกที่จะมีความบางลง น้ำหนักลดลง ช่วยลดต้นทุนการใช้เม็ดพลาสติก แต่ของพวกนี้จำเป็นใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิต ซึ่งเรามีการอัพเดทตลอดอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไบโอพลาสติกออกสู่ตลาดในอนาคตในเวลาเดียวกัน เราก็สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า แต่ตรงนี้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายๆ ฝ่าย โดยในปีหน้าเราเตรียมเปิดตัวโครงการรีไซเคิลกับพันธมิตรในลักษณะความร่วมมือการคัดแยกขยะ และจัดเก็บขวดพลาสติกใช้แล้วเพื่อนำมารีไซเคิลต่อไป”