การทำตลาดค้าปลีกในปัจจุบันของยักษ์ใหญ่หลายเจ้าจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่ม Spending Time มากกว่าที่จะหักดิบในการเพิ่มยอดขายต่อบิลให้เพิ่มขึ้นในทันทีทันใด เราจึงได้เห็นร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์อย่างมูจิของญี่ปุ่น ที่เข้ามาเปิดในบ้านเราด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่มีร้านกาแฟอยู่ในร้านของตัวเองที่สาขาสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งทั้งกาแฟ และสินค้าที่ขายในร้านต่างเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสอดรับกันลงตัว ทำให้การใช้เวลาอยู่ในช้อปของมูจิมีเพิ่มขึ้นมากกว่าแค่การขายสินค้าเพียงอย่างเดียว
วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เคยให้สัมภาษณ์กับเราว่า การสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งในรูปแบบใหม่ๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ยังคงทำให้พวกเขาเข้ามาช้อปปิ้งในห้างหรือศูนย์การค้า ซึ่งปัจจุบัน ลูกค้ามีทางเลือกในการช้อปปิ้งมากขึ้น โดยสามารถช้อปได้จากทุกที่ ทุกเวลา ทำอย่างไรจึงจะสามารถดึงพวกเขาให้ยังคงเข้ามาช้อปหรือใช้ชีวิตในห้าง การสร้างประสบการณ์แบบ Seamless หรือ O2O จึงเป็นเรื่องสำคัญ และหัวใจของการทำนั้นจะอยู่ที่การครีเอทอีเวนท์ที่มีเรื่องของความสนุกในการช้อปปิ้งเป็นหัวใจสำคัญ
ความสนุกในการช้อป กลายเป็นหัวข้อสำคัญที่แต่ละรายต่างพยายามเข้ามาทำตลาดด้วยแนวคิด Shopper tainment ซึ่งเป็นการผสานในเรื่องของการช้อปิ้งกับเอนเตอร์เทนเม้นต์เข้าด้วยกัน เพื่อให้นักช้อปรู้สึกว่าการมาช้อปที่ร้านค้าปลีกเป็นเรื่องของความสนุก หรือความบันเทิงที่เป็นแวลู่เสริมเข้าไปนอกเหนือจากการได้สิทธิพิเศษต่างๆ ในการ ช้อปปิ้งที่ทางห้างมอบให้
“Shoppertainment เกิดขึ้นบนแนวคิดที่ว่า จะทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกสนุกกับการมาช้อปปิ้ง คือ ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดโปรโมชั่นลดราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องทำให้เขาสนุกที่จะมาช้อปปิ้ง เพราะการซื้อของลูกค้าในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีการวางแผนมาก่อน ผู้ประกอบการค้าปลีกจึงต้องครีเอท หรือสร้างให้เกิดอารมณ์ในการซื้อ”
จากตัวเลขที่กลุ่มเดอะมอลล์ให้ออกมานั้น พบว่า โดยเฉลี่ยลูกค้าจะใช้เวลาอยู่ในศูนย์การค้าของกลุ่มเดอะมอลล์ประมาณ 1.05 ชั่วโมงในการมาแต่ละครั้ง หากมีอีเวนท์จะสามารถเพิ่มเวลาในการดึงให้พวกเขาใช้เวลาอยู่ในศูนย์ได้ถึง 1.30 ชั่วโมง กิจกรรมต่างๆ ที่ทำ จึงถือเป็นหัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ไปแล้วในยุคนี้
“หัวใจสำคัญในการทำตลาดค้าปลีกในช่วงเวลาต่อจากนี้ไปก็คือ การสร้างประสบการณ์ที่เป็น Immersive Experience ซึ่งเป็นการดึงลูกค้าให้เข้ามามีส่วนร่วมกับสิ่งที่ศูนย์การค้า และแบรนด์สินค้า-บริการนำเสนอ มากกว่าที่จะมุ่งแต่ขายของอย่างเดียว”
เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ทั้งลาซาด้า และช้อปปี้ ต่างก็พยายามครีเอทอีเวนท์เซลส์ในความถี่ที่เพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรม Impulse Buying ของนักช้อปรุ่นใหม่
นอกจากนี้ ยังมีการครีเอทอีเวนท์ในรูปแบบของไลฟ์ สตรีมมิ่ง ทั้งการถ่ายทอดสดแฟชั่นโชว์ คอนเสิร์ต และไลฟ์เกมที่มีของมีรางวัลเป็นคูปองส่วนลด ซึ่งการทำตลาดทั้งหมดนั้น นอกจากจะดึงนักช้อปให้เข้ามาใช้เวลาในแพลตฟอร์มของตัวเองนานขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องของการกระตุ้นให้เกิดการอยากซื้อสินค้า ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของความสำเร็จที่วางไว้