บล.ไทยพาณิชย์จับจังหวะการลงทุนในไตรมาส 4/2562 เตรียมพร้อมรับแรงกระแทกจากผลกระทบต่างประเทศ แม้ความเสี่ยงระดับมหภาคยังคงมีอยู่แต่คาดว่า GDP จะขยายตัวได้เล็กน้อย และผลประกอบการของภาคธุรกิจจะฟื้นตัวใน 1H63 โดยได้รับการสนับสนุนจากการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น การใช้จ่ายภายในประเทศ และการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น หุ้นวัฏจักรมีการถือครองน้อย และ valuation น่าสนใจ แนะนำให้มองหาจังหวะสับเปลี่ยนกลุ่มลงทุนมายังหุ้นวัฏจักรภายหลังฤดูประกาศผลประ กอบการ และลดน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มสาธารณูปโภค REIT และหุ้นปันผลสูง เน้นมองหาหุ้นปลอดภัย (Defensive) มีโมเมนตัมการเติบโตของกำไรใน 3Q62-4Q62 สนับสนุน รวมถึงหุ้นที่มี story เกี่ยวกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2563 หาจังหวะเข้าลงทุนในหุ้น top picks กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA), กลุ่มการแพทย์ (BCH), กลุ่มพาณิชย์ (GLOBAL, CPALL) และกลุ่มขนส่ง (BTS) มองว่าจะปรับตัว outperform ในไตรมาส 4/2562
สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า สถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ลดระดับความรุนแรงลงและท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกทำให้บรรยากาศ risk-on ปรับตัวดีขึ้น มุมมองเชิงบวกสำหรับปี 2563 แม้ความเสี่ยงระดับมหภาคยังคงมีอยู่ แต่คาดว่า GDP จะขยายตัวได้เล็กน้อย และผลประกอบการของภาคธุรกิจจะฟื้นตัวใน 1H63 โดยได้รับการสนับสนุนจากการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น การใช้จ่ายภายในประเทศ และการลงทุนภาครัฐและภาคเอก ชนที่เร่งตัวขึ้น หุ้นวัฏจักรมีการถือครองน้อย และ valuation น่าสนใจ จากการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของเครื่องชี้เศรษฐกิจหลังจากเกิด inverted yield curve บ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันอ่อนแอกว่าเมื่อครั้งในปี 2543 และปี 2549 แต่เฟดสามารถรับมือได้เร็วโดยคาดว่าเฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 5 ครั้งนับจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2563 ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะยังคงขยายตัวจนถึงปี 2563 แต่จะปรับตัวแย่ลงในปี 2564 และเข้าสู่ภาวะถดถอยในปี 2565 เชื่อว่าการลดอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกของเฟดและสงครามการค้าที่ลดระดับความร้อนแรงลงอาจจะทำให้แนวโน้มดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป และมองว่ามีความเป็นไปได้ 55% ที่จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยได้ และจากมาตร การกระตุ้นและการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางอาจจะช่วยสนับสนุนให้ภาวะการเงินปรับตัวดีขึ้น สภาพคล่องและบรรยากาศ risk-on มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หากสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนลดความร้อนแรงลงจะช่วยให้ sentiment ระยะสั้นสดใสขึ้น และคาดว่าความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจะเพิ่มขึ้นด้วย