ไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นแบรนด์สร้างแคมเปญการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ใช่ลูกค้าหลัก
คงจะมีเหตุผลไม่กี่ข้อ ที่ทำให้แบรนด์กล้าทำแบบนั้น และเรากำลังพูดถึง “เงินติดล้อ” ที่วันนี้ลุกขึ้นมาจุดประเด็นอีกหนึ่งปัญหาสังคมกับการเป็น “หนี้” โดยไม่มีความจำเป็นของกลุ่มมนุษย์เงินเดือน
ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด อธิบายว่า “เป็นครั้งแรกของแบรนด์เงินติดล้อที่ต้องการพูดกับทุกคนนอกเหนือจากลูกค้าหลัก เพราะเรามองเห็นปัจจัยแวดล้อมต่างๆ มากมายที่มากระตุ้นให้เกิดหนี้สินโดยไม่มีความจำเป็น โดยเจตนาของเราต้องการทำให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นด้วยการวางแผนทางการเงินที่ดี โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายเงิน หนี้ที่เกิดขึ้นควรเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ และนั่นคือแนวคิดในการสร้างแคมเปญ ‘หนี้หรือความสุข’ ขึ้นมา แม่ว่าจะไม่สื่อสารกับลูกค้าเราโดยตรง แต่ก็เป็นการจุดประเด็นให้สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้คิดต่อว่าจะช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อย่างไร”
สำหรับองค์ประกอบของแคมเปญนี้ เงินติดล้อเลือกที่จะใช้ทั้งสื่อออฟไลน์และสื่อออนไลน์ไปพร้อมๆ กัน ทั้งหนังสือ “25 วิธีคิดทำให้ชีวิตชิบหาย (25 วิธีคิดให้ชีวิตสบายๆ)” และหนังสั้น “หนี้นรก” เสียดสีความเป็นจริงแทรกอารมณ์ขันสไตล์เงินติดล้อความยาว 11 นาที เผยแพร่บนสื่อออนไลน์
อย่างที่เรารู้กันดีว่าเงินติดล้อก็เป็นอีกหนึ่งตัวแม่ในวงการครีเอทีฟ การสื่อสารในแต่ละครั้งมักเรียกเสียงฮือฮาและสร้าง Impact ให้กับสังคมได้เสมอ
หนังสั้น “หนี้นรก” ก็ได้เลือกมุมการนำเสนอที่ตรงประเด็น งานนี้ได้ ต่อ ธนญชัย ศรศรีวิชัย ผู้กำกับหนังโฆษณามือ 1 มาเป็นผู้กำกับ สะท้อนชีวิตมนุษย์เงินเดือนในยุคปัจจุบันผ่านคู่สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตที่มุ่งหาความสุขจากการบริโภค ติดโซเชียล กู้หนี้ยืมสินมาซื้อรถราคาแพง ใช้แบรนด์เนมตามเพื่อน กินหรู ท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ไม่อดทนทำงาน กระทั่งชีวิตจนมุมตกเป็นเหยื่อของหนี้นอกระบบ
โดยในทุกช่วงขณะของการตัดสินใจจะมีชายลึกลับโผล่มาเตือนถึงผลร้ายของการเป็นหนี้แต่กลับไม่เป็นผล จึงเปลี่ยนจากการเตือนมาเป็นการยุส่ง และในตอนจบชายลึกลับดังกล่าวได้เป็นผู้สรุปแนวคิดการใช้ชีวิตเพื่อความมั่นคงในระยะยาวกับคนดู พร้อมทิ้งท้ายด้วยวลีสั้นๆ ‘คิดให้ดีก่อนเป็นหนี้’
จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในหนังสั้นก็จะสะท้อนถึงกระบวนการที่ทำให้เกิดหนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ ที่น่าสนใจก็คือ ความเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับวิสัยทัศน์ของเงินติดล้อ ที่ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงบริการทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใส ถูกผสมผสานและสื่อออกมาได้อย่างน่าสนใจ
ปิยะศักดิ์ อธิบายต่อว่า “คนรุ่นใหม่ หรือมนุษย์เงินเดือนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้การจับจ่ายใช้สอยสะดวกมากขึ้นจาก E-commerce บริการจัดส่งถึงที่ (Delivery) หรือแม้กระทั้งโปรโมชั่นผ่อน 0% ต่างๆ ในขณะที่ธุรกิจก็จำเป็นต้องปรับธุรกิจไปกับยุคสมัยและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปเพื่อสร้างการเติบโต ซึ่งเราไม่ได้บอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นใครผิด แต่เราทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องหาวิธีการร่วมกันในการแก้ไขปัญหา เห็นได้ชัดกับคนกลุ่มนี้ที่พร้อมเป็นหนี้ และไม่ได้วางแผนในการใช้เงิน เอาเงินในอนาคตมาใช้ในสิ่งที่ไม่ได้จำเป็น เราจึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีใครสักคนขึ้นมาพูดในเรื่องนี้”