3.จากช้อปปิ้งสู่การตอบโจทย์เรื่องของการใช้ชีวิต ซึ่งค้าปลีกที่เป็นศูนย์การค้า กำลังปรับแนวทางการทำตลาดของตัวเองไปที่ทิศทางดังกล่าว โดยเป็นผลมาจากการที่นักช้อปสามารถซื้อสินค้าจากที่ไหนก็ได้ ในทุกที่ ทุกเวลา ผ่านทางแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทั้งหลาย การที่จะดึงพวกเขาให้ยังคงออกมาที่ศูนย์การค้า จึงจำเป็นต้องมองอะไรที่มากกว่าแค่การช้อปปิ้ง
ทำให้แนวทางการสร้างคอมมูนิตี้ ที่เป็นไลฟ์สไตล์ ฮับ ของนักช้อปแต่ละกลุ่ม กลายเป็นแนวทางที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายผ่านการดีไซน์พื้นที่ และมิกซ์ที่อยู่ในศูนย์ และการทำในเรื่องของคอนเทนต์ หรืออีเวนท์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อดึงให้พวกเขายังคงเข้ามาที่ศูนย์การค้า
4.Blur the Line ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ Beyond ของนักช้อปในยุคนี้ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกต้องพยายามปรับตัวให้ทัน ซึ่งในปัจจุบัน ผู้บริโภคต้องการรูปแบบการช้อปปิ้งที่เป็น Blur the Line ซึ่งก็คือ การเดินช้อปโดยไม่มีเส้นแบ่งในศูนย์การค้าระหว่างส่วนที่เป็นช้อปปิ้งมอลล์กับดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ทำให้การดีไซน์ศูนย์การค้าในยุคนี้ ต้องทำให้พวกเขารู้สึกว่า สามารถเดินได้โดยไม่ต้องสะดุดเส้นแบ่งของทั้ง 2 ส่วนที่ว่านี้
รูปแบบของการช้อปที่ Blur the Line นี้ ในบางครั้ง ลูกค้าต้องการที่จะทำอะไรพร้อมๆ กันในทีเดียว เช่น การดูหนังสือ และกินกาแฟ หรือการต้องการให้สินค้าที่เกี่ยวข้องต่างๆ ถูกนำมาจัดไว้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น แผนสินค้าสตรี ไม่จำเป็นต้องแยกสินค้าที่เป็นสปอร์ตออกจากส่วนอื่นๆ เป็นต้น ทำให้เราได้เห็นการนำร้านกาแฟมาใส่ไว้ในช้อป หรือการดิสเพลย์สินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แม้จะเป็นสินค้าคนละ Category แต่ก็ถูกจัดวางไว้ในส่วนเดียวกัน
เรื่องของ Blur the Line นี้ เกิดขึ้นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว หากมองย้อนหลังไปเมื่อ 2 – 3 ปีก่อนหน้านั้น การปรับโฉมของศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ก็หยิบเอาเรื่องนี้เข้ามาเป็นแกนหลักในการปรับเปลี่ยน โดยปรับรูปแบบของการดีไซน์ภายในศูนย์ไม่ให้มีเส้นแบ่งของช็อปหรือร้านค้าต่างๆ เพื่อเข้ามาช่วยตอบโจทย์นักช้อปรุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระในการเดินช้อปในศูนย์การค้า
Blur the Line มาแรงอีกครั้ง เพราะมีการนำรูปแบบการนำเสนอดังกล่าวไปปรับใช้กับร้านค้าปลีกหลายๆ แห่ง รวมถึงการปรับโฉมของเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใช้รูปแบบดังกล่าว ซึ่งแน่นอนว่า ทั้งหมดเกิดจากการกระตุ้นของนักช้อปที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ จากการช้อปปิ้ง
5.ไม่ใช้แค่อีคอมเมิร์ซ แต่ต้องออมนิแชนแนล ความโชคดีของตลาดค้าปลีกบ้านเราก็คือ การเข้ามาทรงอิทธิพลของค้าปลีกออนไลน์ เกิดขึ้นช้ากว่าในตลาดต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกที่อยู่ในโลกเดิมมีเวลาในการปรับตัวเพื่อรับกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
1 ในรูปแบบของการปรับตัวที่เห็นพ้องต้องกันหมดก็คือ นักช้อปไม่ได้ต้องการแค่ออนไลน์ หรือออฟไลน์ แต่ต้องการประสบการณ์การช้อปปิ้งที่เป็นการ Seamless กันของทั้งออฟไลน์ หรือออนไลน์ที่เรียกว่า O2O ซึ่งผู้เล่นในตลาดค้าปลีกที่มีจุดแข็งในเรื่องของ Physical Platform อย่างกลุ่มเซ็นทรัล เดินหน้าในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ การเข้าไปซื้อหุ้นในแกร็บ ประเทศไทย คือ 1 ในจิ๊กซอว์ ที่จะเข้ามาช่วยในการเติมเต็มการให้ หรือการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าที่เป็นออมนิแชนแนล คือคำตอบที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
ทั้งหมดนั้น ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาดิสรัปท์ของผู้บริโภคอย่างแท้จริง.....