2.ไม่ใช่แค่ร้านค้าปลีก แต่คือสถานที่ทดลองสินค้า หรือ R&D ให้กับเจ้าของสินค้าที่ต้องการทดสอบตลาดและเทสต์โปรดักต์ หลายครั้งที่เจ้าของแบรนด์สินค้าเลือกที่จะเปิดตัว และวางขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นเป็นที่แรก เพื่อที่จะดูผลตอบรับเพื่อเดินหน้าทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบหากมีการตอบรับที่ดีจากยอดขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น
3.เป็นเครือข่ายทางการตลาดที่ทรงพลัง เนื่องจากในแต่ละวัน มีผู้เข้ามาใช้บริการในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศมากกว่า 12 ล้านคน ทำให้กลายเป็นเครือข่ายทางการตลาดที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี ทำให้เราได้เห็นการเลือกใช้เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นช่องทางในการทำการตลาดหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการทำโปรโมชั่นเฉพาะช่องทางผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่แม้แต่ยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ก็มีการเลือกเซเว่น อีเลฟเว่น ให้เป็นช่องทางเพื่อทำการตลาดโดยเฉพาะในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น อย่างการออกน้ำยาปรับผ้านุ่มคอมฟอร์ทที่เป็น “Only At 7 – Eleven” เพื่อทำโปรโมชั่นเฉพาะช่องทาง หรือการจัดโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ของน้ำยาซักผ้าแอทแทค ที่ทำเฉพาะในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และสามารถเพิ่มยอดขายได้ค่อนข้างดี เป็นต้น
การเป็นเครือข่ายทางการตลาดที่สำคัญนี้ ยังรวมถึงเป็นพื้นที่ในการสร้างการ Trial หรือทดลองสินค้าได้เป็นอย่างดี โดยปกติแล้ว การลอนช์สินค้าใหม่ส่วนใหญ่จะมีการแจก Sampling สินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลอง เป็นการยัดใส่มือแบบฟรี แต่สำหรับในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นนั้นจะเป็นการกระตุ้นผ่าน ณ จุดแคชเชียร์เก็บเงิน โดยใช้โปรโมชั่นเข้ามาเป็นตัวกระตุ้น ซึ่งที่ผ่านมา มีสินค้าหลายแบรนด์หันมาใช้การกระตุ้นในรูปแบบนี้ โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นเบเกอรี่ของซีพีแรมที่มีการแนะนำสินค้าใหม่ๆ เข้ามาวางในร้านอย่างต่อเนื่อง
4.ไม่ใช่เป็นแค่ร้านค้าปลีก แต่ยังมีเซอร์วิสที่เข้ามาตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนไทยได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของการจ่ายบิล และการทำหน้าที่เป็นแบงกิ้งเอเย่นต์หรือการเป็นตัวแทนธนาคารในการรับฝากเงิน โดยอาศัยโนว์ฮาวของเคาน์เตอร์เซอร์วิสและไทยสมาร์ทการ์ดที่เป็นบริษัทย่อยมาปรับใช้เพื่อรองรับสังคมไร้เงินสด รวมถึงการให้บริการขนส่ง “สปีดดี” ที่เข้ามาตอบโจทย์ความนิยมในการสั่งซื้อของผ่านอีคอมเมิร์ซของคนไทย
5.ด้วยเหตุที่ว่า เซเว่น อีเลฟเว่น เป็นเน็ตเวิร์คที่ทรงพลัง เพราะมีคนมากกว่า 12 ล้านคน เข้ามาใช้บริการ ทำให้ กลายเป็นตัวที่สะท้อนให้เห็นแนวโน้มหรือเทรนด์ต่างๆ ที่เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี อย่างในเรื่องของการเกิดสังคมเมืองที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วนั้น พฤติกรรมที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ “Grab&Go” ซึ่งเซเว่น อีเลฟเว่น ก็มีการปรับเพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยการนำเสนอสินค้าพร้อมทานที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องดังกล่าว รวมถึงการทำแคมเปญส่งเสริมการขายที่เน้นไปที่การตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ “Grab&Go”
การลงทุนขยายสาขาเพิ่มขึ้นปีละอย่างน้อยๆ 700 สาขา ทำให้เซเว่น อีเลฟเว่น ยังคงเป็นเครือข่ายที่ทรงพลัง และเป็นมากกว่าแค่ช่องทางขายสินค้าในระยะยาว.....