ว่ากันว่า โปรโมชั่น กลายเป็น “ยาสามัญประจำบ้าน” ไปแล้วในยุคนี้ เพราะถูกใช้ได้กับในทุกสถานการณ์ของตลาด ยิ่งในช่วงที่กำลังซื้อไม่สู้จะดีนัก โปรโมชั่น จะถูกหยิบมาใช้เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคกลับมาซื้อสินค้า แม้จะมีเงินอยู่ในกระเป๋าไม่มากนักก็ตาม
เหมือนกับในหน้าร้อนนี้ เราได้เห็นโปรโมชั่นสารพัดรูปแบบ จากเครื่องดื่มหลากหลายชนิด ที่ออกมาแข่งกันอัดโปรโมชั่น เพื่อเมคชัวร์ว่าจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้า เพราะซัมเมอร์ ถือเป็นช่วงหน้าขายของสินค้าประเภทเครื่องดื่มที่ในภาพรวมของตลาดจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20 – 25%
ขณะเดียวกัน ในช่วงหน้าร้าน ยังเป็นช่วงเวลาที่มี Contribution 30 – 40% ของยอดขายตลอดทั้งปี ถ้าไม่อัดเงินเข้ามาทำโปรโมชั่นในช่วงนี้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ทั้งชาเขียวที่แจกทองและพาไปเที่ยวญี่ปุ่น และน้ำอัดลม ต่างเทเงินเข้ามาทำแคมเปญกันขนานใหญ่
โดยปกติแล้ว โปรโมชั่นที่ดีนั้น จะทำให้บรรลุเป้าหมายในเรื่องต่างๆ คือ
1.เพิ่มยอดขาย ยิ่งในภาวะที่ตลาดไม่เป็นใจ โปรโมชั่นยิ่งเป็นตัวช่วยชั้นดี
2.โปรโมชั่น เป็นเครื่องมือในการช่วย Penetrate ได้เป็นอย่างดี ยิ่งต้องการขยายฐานให้กว้างมากเท่า ก็ต้องยิ่งหาโปรโมชั่นที่ถูกใจคนทั้งประเทศมาใช้ เหมือนกับที่ตลาดชาเขียวเคยทำสำเร็จมาแล้วจนสามารถขยายฐานตลาดจากไม่กี่ร้อยล้านบาทมาเป็น 15,000 ล้านบาท เพียงชั่วระยะเวลาแค่ไม่ถึง 10 ปีดีนัก
3.การทำโปรโมชั่นที่ดีในยุคนี้ยังมองถึงการช่วยสร้าง Brand Love หรือกลุ่มก้อนที่รักแบรนด์ของเราเพิ่มขึ้นด้วย ตัวอย่างในเรื่องนี้ก็คือการทำโปรโมชั่นช่วงหน้าหนาวของชาเขียวโออิชิกับแคมเปญ “ทริปสุดโอ โกเจแปน” กับ 12 เจ้าชายในฝัน ที่เป็นการมอบประสบการณ์การทัวร์ญี่ปุ่นกับบรรดาพระเอกชื่อดังที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน แน่นอนว่ามันช่วยทำให้เกิดคนรักแบรนด์เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการสร้าง Engagement ได้อย่างฟูฟ่องเลยทีเดียว
4.โปรโมชั่นที่ดี ต้องทำให้การรับรู้ของผู้บริโภคในแง่ของ Core Value ของโปรดักต์ มีเพิ่มมากขึ้น อย่างการทำโปรโมชั่นของน้ำอัดลม เป้าหมายในเรื่องแบรนด์นั้น จะต้องทำให้การเป็นเครื่องดื่มที่ Refreshing ที่น้ำอัดลมขายอยู่ มีความโดดเด่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการวัดสุขภาพของแบรนด์น้ำอัดลมทุกครั้ง มักจะพูดถึงเรื่องของ Refreshing ด้วยทุกครั้งไป
มีโปรโมชั่นที่ประสบความสำเร็จมากมาย คือได้ทั้งแบรนด์ และกล่อง โดยมีบางตัวอย่างยกมาให้อ่านจากเรื่องราวข้างล่างนี้