นอกจากการปรับเรื่องของการนำเสนอสินค้าแล้ว เซ็นทรัล ยังใช้เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัล เวิลด์ เป็นต้นแบบของการทำตลาดแบบออมนิแชนแนล โดยจะมีการให้บริการออมนิแชนแนลทั้ง 3 บริการ คือบริการ Click and Collect บริการสั่งของออนไลน์ สามารถรับได้ที่หน้าร้านบริการพิเศษ Chat & Shop ที่เพียงแอดไลน์และพูดคุยกับผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยให้บริการในการเลือกซื้อสินค้า พร้อมส่งถึงมือภายในเวลา 99 นาที สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ หรือจะมารับเองที่สาขาที่สะดวกก็ได้ รวมถึงบริการ E-Ordering บริการสำหรับลูกค้าที่มาเดินห้าง เช่น ลูกค้าเข้าไปที่ห้างเซ็นทรัล ต้องการซื้อสินค้าชิ้นหนึ่ง แต่พบว่าสาขานี้ ไม่มีสินค้า ระบบ E-Ordering จะสามารถตรวจสอบได้ทันทีว่าสินค้าชิ้นนั้นมีที่สาขาไหนบ้าง พร้อมสั่งซื้อ-จัดส่งได้ตามความต้องการของลูกค้าทันที ถือเป็นอีกรูปแบบของการทำตลาดเพื่อปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้ายุคใหม่
“เราเลือกปรับโฉมเซนเป็นห้างแรก เนื่องจากห้างนี้ถือว่าเป็นห้างที่ทำยอดขายติดอันดับ 3 ของห้างเซ็นทรัลทั้งหมดรองจากสาขาชิดลม และเซ็นทรัล ลาดพร้าว ขณะเดียวกันห้างเซนก็ถือเป็นห้างที่ตั้งอยู่ใน Strategic Location ที่มีนักช้อปทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาช้อปกันเป็นจำนวนมาก หลังจากการปรับโฉมเซนแล้ว สาขาต่อไปที่จะมีการปรับโฉมคือเซ็นทรัล ชิดลม ที่จะอัพเกรดให้เป็นไลฟ์สไตล์ & ลักชัวรี่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเซ็นทรัล พระราม 2 ซึ่งทั้ง 2 ที่จะปรับให้เป็นไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนรุ่นใหม่”
การปรับโฉมของห้างเซ็นทรัลในครั้งนี้ ถือเป็นการรีเฟรชแบรนด์ไปในตัว เนื่องจากเป็นแบรนด์ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในตลาดบ้านเรามานานถึง 75 ปี การรีเฟรชแบรนด์ในครั้งนี้ ยังคงมุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวซึ่งถือเป็นลูกค้าหลักของเซ็นทรัล แต่จะเป็นการทำให้แบรนด์สามารถขยับเข้าไปหากลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์การช้อปที่เปลี่ยนไปจากกลุ่มเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง ถือเป็นอีกความท้าทายที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว.....