คนไทยมีการติดตั้งแอพพลิเคชั่นในมือถือเฉลี่ยคนละ 32 แอพ[1] โดยจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นแอพที่เลือกติดตั้งเอง และในจำนวนนั้นมีเฉลี่ยเพียง 8 แอพ เท่านั้นที่ผู้บริโภคใช้งานทุกวัน
นี่คือขนาดของสมรภูมิที่บริษัทผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นต่างกำลังบุกเพื่อเป็นหนึ่งใน 8 แอพ บนสมาร์ทโฟนของคนไทย แต่… สัดส่วนของสมรภูมินี้ถูกท้าทายยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคมีพื้นที่จำกัดและยังถูกจับจองไปก่อนแล้วโดยแอพโซเชียล มีเดีย, เกม และแอพสำหรับส่งข้อความ ซึ่งเป็นแอพที่มีสถิติความถี่ในการใช้งานสูงสุดและมีความจำเป็นในการใช้ชีวิตของคนยุคนี้ นั่นคือการเชื่อมต่อกับผู้อื่นและการเล่นเพื่อความบันเทิง
เพราะฉะนั้น พื้นที่ที่เหลืออยู่คือความท้าทายของ Lifestyle App อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Banking, Retail หรือ Search & Review ที่จะต้องช่วงชิงเวลาของผู้บริโภคและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยให้ได้มากที่สุด ซึ่ง Wongnai คือหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่ลงสนามนี้
ท่ามกลางคู่แข่งมากมายทั้งไทยและเทศ โดยเฉพาะแอพต่างประเทศที่มีจุดแข็งคือเรื่องเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าซึ่งมาจากมันสมองของทีมวิศวกรซอฟต์แวร์เก่งๆ ในบริษัทที่มีจำนวนมาก จุดนี้เองที่เป็นแรงผลักดันให้ Wongnai ต้องเร่งฝีเท้าจี้ติดบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ สำหรับบทความนี้ บอย-ภัทราวุธ ซื่อสัตยาศิลป์ Chief Technology Officer หนึ่งในผู้กุมบังเหียนทีมเทคโนโลยีของ Wongnai จะมาเล่าให้ฟังถึงจุดเช็คพอยท์บนเส้นทาง Tech Company สัญชาติไทย เพื่อเป้าหมายในการมอบประสบการณ์ที่ดีและแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันให้กับคนไทยด้วยเทคโนโลยีบนแอพ