โอลิเวอร์ เน้นย้ำไม่ให้พวกเราตกอยู่ในหลุมพรางกับวิธีคิดแบบเก่า เพราะเราค้นหามาโดยตลอดว่า การสร้างประสบการณ์ในแบบต่างๆ ของแบรนด์ ซึ่งมีความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะนี่คือสิ่งที่คนสัมผัสได้จริง ไม่ใช่เนื้อหาที่อยู่ในคัมภีร์การสร้างแบรนด์
ในโลกยุคใหม่ของแบรนด์คือ “Experience”
การสร้างประสบการณ์ที่ดีร่วมกับแบรนด์จะนำมาซึ่งการเกิด Interaction นั่นคือหัวใจสำคัญของเป้าหมายในการสร้างแบรนด์จริงๆ เพราะถ้าคนเห็นแบรนด์ คนรู้ว่าเอกลักษณ์ของแบรนด์คืออะไร คนจำสโลแกนได้ แต่ไม่มี Interaction ก็ไม่มีประโยชน์
โอลิเวอร์ อธิบายว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทำ "Living Brand"
เพราะเมื่อเราเป็น Living Brand จะนำพาเราไปสู่ Culture ที่เริ่มได้ยินกันเยอะขึ้น ยกตัวอย่างจาก Culture ของสตาร์บัคส์ คือการเป็น Third Place สถานที่ที่คนมานั่งพูดคุย ทำงาน ทำให้การสร้าง Interaction เกิดขึ้นได้ นี่คือเป็น New Normal ของการสร้างแบรนด์ยุคใหม่
วันนี้ Product ของคุณไม่ใช่ Product อีกต่อไป แต่มันคือ Customer Journey ที่ไม่ได้เป็นเครื่องมือช่วยในการขายของ
ถ้าเรารู้และเข้าใจ Customer Journey เราจะเจอความต้องการของผู้บริโภค และคิด Product เพื่อให้ไปสอดรับกับ Need Gap ที่เจอนั้นให้ได้
"วันนี้เรามักจะเห็นแบรนด์มองหา Customer Journey เพื่อใช้ในการดีไซน์ Communication นั่นเป็นสิ่งผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง"
ความคิดเหล่านี้จึงทำให้เราต้องเริ่มที่จะ Rethink
ทุกวันนี้แบรนด์ไม่ได้แข่งกันในอุตสาหกรรมเดียวกัน และทำให้เราเห็น New Product
ถ้าเราเเป็นแบรนด์ นักการตลาด หรือผู้ประกอบการ เรามักจะคิดถึงไม่กี่เรื่องคือ จะทำอย่างไรให้ขายได้ จะทำอย่างไรให้รสชาติดีกว่า ทำให้การขนส่งไปได้แพร่หลายมากกว่า
แต่ในชีวิตจริง มีทั้งความสุข ความต้องการ ความริษยา นั่นคือ Motivation และเมื่อไหร่ก็ตามที่แบรนด์เข้าใจ และรู้ว่ากลุ่มไหนที่อยากไปสะกิด แบรนด์ก็จะเริ่มมีบทบาทขึ้นมาทันที
พอมาเรื่องแบรนด์ ก็จะนำมาสู่การค้นหา “สมการแห่งการสร้างคุณค่า” เราพูดกันเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมักจะตีความในภาษาสวยๆ ของแบรนด์ผิดไป
หัวใจสำคัญของแบรนด์คือ “ความเข้าใจ”
ภาษาสวยๆ ที่เราใส่ไปในการสร้างแบรนด์ เรามีความเข้าใจในเรื่องนั้นดีแล้วหรือยัง
อย่างคำว่า Sustainability ที่เข้าใจกันว่าคือ ความยั่งยืน แต่จริงๆ แล้ว อะไรคือความยั่งยืน
ในมุมมองของผม ความยั่งยืนไม่ได้แปลว่าอยู่ยาว แต่ต้องอยู่อย่างมีประโยชน์กับธุรกิจ กับลูกค้า และกับโลกใบนี้
“แบรนด์ไม่ได้เป็นเรื่องของการตลาดเท่านั้น แต่แบรนด์เป็นเรื่องศาสตร์ของมนุษย์ และถ้าเราอยากคุยกับมนุษย์ เราต้องรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา”
ตัวแปรที่อยู่ในสมการเหล่านี้เราได้หยิบเอามาใส่ในการสร้างแบรนด์แล้วหรือยัง
“เพราะสุดท้ายแล้ว แบรนด์คือ Real Target ของลูกค้า ลูกค้าไม่ใช่ Target ของเราอีกต่อไป”
ไม่มีใครที่เห็น Ads แล้วตัดสินใจไปซื้อสินค้าแบบตรงๆ โลกมีความซับซ้อน ลูกค้ามีความหวังต่อแบรนด์มักเกิดกับสิ่งที่แบรนด์จะส่งมอบให้
ในโลกของแบรนด์ยุคใหม่ “คุณภาพ” ไม่ได้เป็นจุดขายอีกต่อไป แต่คุณภาพคือความรับผิดชอบของแบรนด์ที่ต้องมี เราคงไม่กล้าเอาของไม่มีคุณภาพมาขาย เรื่องนี้จึงเป็นจุดหลักที่ต้องมาพร้อมกับการสร้างแบรนด์
อย่ามองว่าลูกค้าคือผู้บริโภค สินค้าบางประเภทผู้บริโภคไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน คุณต้องชำแหละให้ออกว่าคนจ่าย เงินจริงๆ คือใคร นั่นจะทำให้เราคิดเป็น People Centric มากขึ้น จะทำให้เรามองเห็นฟังก์ชั่นของสินค้า พูดถึงอัตลักษณ์ของเราคืออะไร และจะเริ่มมองเห็นว่าแบรนด์จะวางตัวอย่างไรกับสาธารณชน
พร้อมแล้วหรือยังที่จะมา Rethink วิธีคิด และการสร้างแบรนด์กันใหม่