ขณะที่ค่าเฉลี่ยของการส่งสินค้าทั่วไปจะมีประมาณ 2 วัน โดยสินค้า 300,000 ชิ้นที่ศูนย์คัดแยกสินค้าแห่งนี้ให้บริการแต่ละวันนั้น จะเป็นสินค้าในส่วนของ LazMall ประมาณ 75,000 ชิ้น ทั้งหมดเป็นสินค้าชิ้นเล็ก โดยบริการการันตีการจัดส่งสินค้า LazMall นั้นครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรมาแล้วเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสินค้ายอดนิยมในหมวดอิเล็กทรอนิกส์ แม่และเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับประเทศไทย แบรนด์ ที่เปิดให้บริการนี้แล้วในพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาทิ Samsung, S-26, Enfagrow, MamyPoko และ BabyLoveเมื่อสั่งซื้อจากผู้ขายใน LazMall ที่มีบริการการันตีการจัดส่งสินค้า ลูกค้าจะเห็นวันที่จัดส่งสินค้าระบุไว้บนหน้ายืนยันการสั่งซื้อ หากไม่มีการจัดส่งตามวันที่ระบุไว้นั้น ลาซาด้าจะดำเนินการชดเชยลูกค้าโดยอัตโนมัติ โดยค่าชดเชยซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ จะถูกคืนไปยังลาซาด้าวอลเล็ต หรือลูกค้าจะได้รับเป็นคูปองส่วนลดแทน ทั้งนี้ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยื่นเรียกร้องค่าชดเชยใดๆ ส่วนประเทศสิงคโปร์จะเปิดให้บริการการันตีการจัดส่งสินค้า LazMall เร็วๆ นี้
การออกมาการันตีการส่งสินค้าได้ทันเวลาที่ให้ไว้นั้น ถือเป็นกลยุทธ์ที่เข้ามาตอกย้ำให้เห็นถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการจัดส่งสินค้าที่ สุทธิโรจน์ ทรัพย์สมบัติ ย้ำว่า ณ ปัจจุบันนี้ ลาซาด้าน่าจะเป็นผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ชที่ส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ไวที่สุด
นอกจากศูนย์คัดแยกสินค้าที่สุขสวัสดิ์แล้ว ลาซาด้า ยังมีแผนที่จะเพิ่มฮับในการรับ – ส่งสินค้าอีกอย่างน้อยๆ 10 แห่งในปี 2020 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 57 แห่ง แบ่งเป็นกรุงเทพฯ – ปริมณฑล 50 แห่ง และต่างจังหวัดอีก 7 แห่ง โดยลาซาด้า แบ่งฮับที่มีอยู่ออกเป็น 3 เทียร์ ไล่ตั้งแต่
เทียร์ 1 จัดส่งสินค้าในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ
เทียร์ 2 A จังหวัดรอบนอกกรุงเทพฯ อย่างชลบุรี
เทียร์ 2B จังหวัดที่อยู่ไกลออกไป อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต
ฮับที่เป็นเทียร์ 1 และเทียร์ 2 A ปัจจุบันจัดส่งได้ภายในเวลา 0.8 วัน นับจากออเดอร์ ตามเป้าหมายที่วางไว้ จะทำตัวเลขให้เหลือ 0.7 วัน ในปี 2020 ส่วนฮับที่เป็นเทียร์ 2 B นั้น จะใช้เวลาในการจัดส่งได้ประมาณ 2 วัน
“การเติบโตของตลาดที่มีอย่างก้าวกระโดดนั้น จำเป็นต้องมีระบบหลังบ้านที่เป็นการจัดส่งสินค้าได้รวดเร็ว หากเทียบการเติบโตของยอดสั่งซื้อระหว่างแคมเปญ 9.9 กับ 11.11 จะพบว่า มีการเติบโตเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยสินค้าที่รับเข้ามาในแคมเปญ 9.9 มีทั้งสิ้น 115,000 ชิ้นต่อวัน เพิ่มเป็น 309,000 ชิ้นต่อวันในแคมเปญ 11.11 ส่วนการจัดส่งสินค้าก็เพิ่มขึ้นจาก 166,000 ชิ้นต่อวัน เป็น 220,000 ชิ้นต่อวัน”
ประสิทธิภาพของระบบหลังบ้านจึงถือเป็นหัวใจสำคัญ ไม่แพ้เรื่องอื่นๆ.....