ผลลัพธ์จากการทำ Digital Marketing ในปี 2025 ที่ผ่านมา อาจไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพึงพอใจนักสำหรับทุกคน เพราะจาก Digital Marketing Trends Report 2026 โดย Content Shifu ที่ทำการสำรวจจากนักการตลาดกว่า 545 ท่าน พบว่า มีเพียง 16% เท่านั้นที่สามารถทำผลงานได้เกินเป้าหมาย ซึ่งในงาน Digital Marketing Trends 2026 โดย Content Shifu คุณสิทธินันท์ พลวิสุทธิ์ศักดิ์ CEO จาก Content Shifu ได้มาแชร์ข้อมูลบางส่วนที่น่าสนใจในหัวข้อ "Insight from Digital Marketing Trends Report 2026" เพื่อชี้ให้เห็นว่าในปี 2026 นี้ แบรนด์และนักการตลาดจำเป็นต้องปรับเข็มทิศใหม่ไปในทางไหน โดยรายละเอียดเจาะลึกถึงเทรนด์และกลยุทธ์ที่จะกลายเป็นของจริงในปีหน้า มีอะไรบ้าง BrandAge Online จะพาทุกคนไปส่องกัน
1. การปรับเป้าหมาย: เลิกมองแค่ Awareness แต่ต้องปิดยอด Acquisition
ในปี 2026 เป้าหมายอันดับ 1 ของนักการตลาดจะขยับจากการสร้างการรับรู้ (Awareness) ไปสู่การหาลูกค้าใหม่ (Acquisition) และการสร้างยอดขายอย่างจริงจัง คุณสิทธินันท์ได้อธิบายถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนนี้ว่า
"ในภาพรวมจะมีความแตกต่างกันนิดนึง คือแทนที่จะเน้น Awareness คนก็เริ่มคิดว่าฉันต้อง หาลูกค้า ลูกค้า ลูกค้า…
ในปี 2026 เป้าหมายหลักๆ ที่คนวางแผนจะทำ คือการหาลูกค้าใหม่ นี่คือเบอร์ 1 เลย"

2. GEO วิวัฒนาการขั้นกว่าของ SEO ในยุค AI
เมื่อพฤติกรรมการค้นหาเปลี่ยนไปจากการถาม Search Engine มาเป็นการถาม AI ทำให้เกิดกลยุทธ์ใหม่อย่าง GEO (Generative Engine Optimization) ซึ่งเป็นการปรับแต่งคอนเทนต์เพื่อให้ AI เลือกแบรนด์ของเราไปแนะนำต่อ
"SEO ยังคงอยู่ แต่ของใหม่ที่คิดว่ามาแน่ๆ คือ GEO ฉะนั้นคนทำ Digital Marketing ยุคนี้ ต้องทำให้แบรนด์เข้าไปติดในลิสต์เมื่อมีการค้นหาบน Search Engine เช่น สมมติว่าค้นหาอสังหาริมทรัพย์ย่านลาดพร้าว ทีมต้องทำให้ชื่อแบรนด์เข้าไปเป็นหนึ่งใน Recommendation ของ AI" คุณสิทธินันท์ระบุถึงคือสิ่งที่ต้องเริ่มทำ
อย่างไรก็ตาม พื้นฐานที่ทิ้งไม่ได้คือการทำ SEO ให้แข็งแรง เพราะเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้ระบบของ AI ตรวจพบข้อมูลและนำไปแสดงผลได้ดีขึ้น

3. คอนเทนต์วิดีโอยาว (Long-form) กลับมาทวงบัลลังก์
ท่ามกลางภาวะ Content Overload ที่มีเนื้อหาจาก AI ล้นตลาด รูปแบบคอนเทนต์ที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดกลับกลายเป็นวิดีโอยาว (Long-form Video) ซึ่งแซงหน้าวิดีโอสั้นขึ้นมาเป็นอันดับ 1 เนื่องจากตอบโจทย์ในการให้ข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่า
"วิดีโอแบบ Long-form Article เป็นสิ่งที่ใช้งานเยอะเมื่อปี 2025 และในปีนี้มีการวางแผนจะทำวิดีโอยาวเพิ่มขึ้นอีก ตัวเลขตรงนี้ค่อนข้างต่างกับของปีที่แล้ว เนื่องจากของปีที่แล้ว No. 1 คือ Short Video ผมคิดว่านักการตลาดเองก็น่าจะพบว่าวิดีโอยาวสามารถเล่าเรื่องราวได้ดี อาจจะเหมาะกับที่เป็น Consideration หรือว่า Decision มากกว่า"
4. Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์ม Social Media No.1 และTikTok Shop คืออนาคต
ขณะที่แพลตฟอร์ม Social Media หลักอย่าง Facebook ยังคงรักษาอันดับ 1 ไว้ได้ และมีแนวโน้มที่คนจะกลับมาให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะความมั่นคงของฐานผู้ใช้งานท่ามกลางความผันผวนของกฎระเบียบในแพลตฟอร์มใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์มม้ามืดอย่าง Lemon8 ที่มีอัตราการเติบโต (Growth Rate) สูงที่สุดที่น่าจับตามอง
ในส่วนของช่องทางการขาย แม้ Shopee จะยังครองแชมป์ในปัจจุบัน แต่สายตาของนักการตลาดกำลังจับจ้องไปที่ TikTok Shop ในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์ใหม่
คุณสิทธินันท์ ถามกับคนในห้องว่า “สังเกตเห็นอะไรไหมครับ? จากข้อมูลบอกว่าในปี 2026 ช่องทางที่จะใช้เยอะสุด คือ TikTok Shop และเป็นช่องทางที่นักการตลาดวางแผนที่จะเข้าไปขายของผ่าน TikTok Shop มากขึ้น”
“คนคิดว่า TikTok Shop คืออนาคต"
5. AI และโลกของการทำงานแบบ Automation
ในปี 2026 นักการตลาดเกือบ 99% ใช้งาน AI โดยเน้นไปที่การสร้างรูปภาพและวิดีโอมากขึ้น โดยเฉพาะการสร้างวิดีโอภาษาไทยที่พัฒนาจนมีความเป็นธรรมชาติสูง
คุณสิทธินันท์ แชร์เรื่องราวการใช้งาน AI ว่า "ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีของ Content แบบวิดีโอ รวมถึงแบบสำหรับภาษาไทยด้วย เพราะจากที่ผมเคยลองใช้ AI เจนผลงานมาในสัก 2-3 ปีก่อน ภาษาไทยยังมีความเป็นโรบอทอยู่ แต่พอมาปีนี้ สิ่งที่ AI ทำออกมาฟังไม่ค่อยออกแล้ว ว่าคือผลงานจาก AI"
นอกจากการสร้างคอนเทนต์แล้ว การใช้เครื่องมืออย่าง Make หรือ Zapier เพื่อทำ Automation จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ เพื่อจัดการงานที่ซ้ำซ้อนและเชื่อมต่อพลังของ AI เข้ากับระบบการทำงานเดิม

ทักษะและงบประมาณที่ต้องเตรียมพร้อม
เพื่อให้ก้าวทันเทรนด์เหล่านี้ องค์กรกว่าครึ่งเตรียมที่จะเพิ่มงบประมาณด้านการตลาดออนไลน์ โดยตำแหน่งงานที่จะเป็นดาวเด่นและเป็นที่ต้องการสูงสุด คือ AI Specialist, Content Creator และ Branding Specialist
การตลาดปี 2026 ไม่ได้วัดกันที่ปริมาณอีกต่อไป แต่คือการใช้ MarTech และ AI อย่างชาญฉลาดเพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงลึกและวัดผลได้จริงสู่เป้าหมายการเติบโตที่ยั่งยืน