การมีพื้นที่ขายลดลง จะถูกเสริมด้วยรูปแบบการช้อปผ่าน E-ordering ที่จะให้ลูกค้าสามารถช้อปสินค้าได้เพิ่มได้อีกกว่า 20,000 รายการ ทั้งสินค้าโปรโมชั่น และสินค้าในหมวดสินค้าอื่นๆ ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งจะมีการเปิดให้บริการในเร็วๆ นี้
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการเพิ่มระบบการช้อปปิ้งผ่าน Android Application “Easy Shopping App” ที่เพียงลูกค้า สแกน QR Code ของสินค้าที่ต้องการ เลือกจำนวน กดยืนยัน และชำระเงิน ที่จุด Check Out ก็จะได้รับสินค้า ภายใน 15 นาที โดยที่ไม่ต้องหยิบสินค้าใส่รถเข็น ทำให้เกิดความสะดวกสบาย ในการเลือกซื้อสินค้า นับเป็นมิติใหม่ของการทำตลาดของค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง
ขณะเดียวกันยังมีการ Seamless การช้อปของลูกค้า โดยอำนวยความสะดวกผ่านระบบ การจัดส่งหลังร้าน ที่ออนไลน์จากการสั่งซื้อในขั้นตอน Check out เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถเข้าไปรับของตามช่องบริการได้เลย โดยไทวัสดุยังมีบริการจากทีมช่าง vFix มืออาชีพที่จะให้บริการให้คำปรึกษา การซ่อมแซมบ้าน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าในรูปแบบ One Stop Service อีกด้วย
นอกจากนี้เรายังมีบริการออนไลน์ Chat & Shop หลายช่องทางทั้ง Line @Thaiwatsadu, Facebook Thaiwatsadu, Call Center 1308 รวมถึง Click & Collect เพื่อตอบโจทย์ Omni-channel เต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นแนวทางการทำตลาดที่บริษัทแม่คือกลุ่มเซ็นทรัลวางเป้าหมาย และกำลังจะมุ่งไปในทิศทางดังกล่าวนี้
ข้อดีของการปรับสโตร์ฟอร์แมตใหม่ในครั้งนี้ นอกจากจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การช้อปปิ้งของคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์และเข้าใจรูปแบบการให้บริการดังกล่าวเป็นอย่างดีแล้ว การปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้ ยังเข้ามาช่วยในการขยายสาขาเข้าสู่ชุมชนหรือเมืองรองได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องลงทุนสโตร์ในรูปแบบที่เป็นไซส์ใหญ่ ใช้เงินลงทุนมากกว่า แต่สามารถย่อไซส์ลงมาเพื่อเปิดในจังหวัดเล็กๆ ได้ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมในเรื่องของจำนวนเอสเคยูของสินค้าที่ไม่ต้องจัดเรียงอยู่ในร้าน แต่สามารถออร์เดอร์ผ่านออนไลน์ได้ โดยไทวัสดุมีแผนที่จะเปิดสาขาในรูปแบบใหม่นี้อีก 2 – 3 สาขาในปี 2563