ในแง่ของ “ตู้เย็น” จะเป็นเสมือนการซื้อสินค้าประเภทอาหาร ตุนหรือเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อรับประทาน หรือนำมาทำอาหารได้หลายวัน
ส่วน “ตู้กับข้าว” นั้น ร้านค้าปลีกโมเดิร์นเทรดจะทำหน้าที่เป็นเสมือน “ตู้กับข้าว” ในบ้าน ที่ลูกค้าเดินแวะเข้ามาหยิบอาหารเพื่อนำกลับไปทานแต่ละมื้อใน 1 วัน ซึ่งรูปแบบของการซื้อที่เป็น “ตู้กับข้าว” นั้น มีเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจ เนื่องจากขนาดครอบครัวที่เล็กลง ทำให้การทำกับข้าวกินที่บ้านมีความถี่ที่น้อยลง อาหารพร้อมทานในรูปแบบต่างๆ จึงเป็นทางเลือกแรกๆ ของพวกเขา เช่นเดียวกับการช้อปสินค้าอาหารสดในชีวิตประจำวันที่มีความถี่มากขึ้น โดยมีเรื่องของการดิลิเวอรี่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้
ทำให้บรรดาเชนค้าปลีกโมเดิร์นเทรด หันมาเน้นให้ความสำคัญกับทั้งเรื่องของการนำเสนอสินค้าพร้อมรับประ ทานในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการเน้นเรื่องของการขยายสาขาไซส์เล็กเข้าไปหาลูกค้าถึงชุมชน ซึ่งสโตร์ไซส์เล็กเหล่านั้น ต่างให้น้ำหนักกับการทำตลาดสินค้าอาหารมากกว่า Dry Grocery ทำให้วันนี้ ทั้งเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี หรือแม้แต่ท็อปส์ ต่างหันมาขยายสาขาไซส์เล็กกันเต็มรูปแบบ
ขณะที่เซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นกรณีศึกษาในเรื่องนี้ ก็มีการปรับรูปแบบการขยายสาขาของตัวเองเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยให้ความสำคัญกับการขยายสาขาขนาดใหญ่ที่มีที่จอดรถ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ในการเป็น “ตู้กับข้าว” ให้กับลูกค้าที่สามารถแวะจอดรถเพื่อซื้อสินค้าระหว่างกลับบ้านในแต่ละวัน
เซเว่น อีเลฟเว่น ถือเป็นผู้นำในตลาด “ฟู้ด รีเทล” หากวัดจากยอดขายปีละมากกว่า 200,000 ล้านบาท เพราะสัดส่วนการขายสินค้าในร้าน 70% จะเป็นสินค้าประเภทอาหาร ตามคอนเซ็ปต์ของการเป็น “คอนวีเนียน ฟู้ดสโตร์” การทำตลาดของเซเว่น อีเลฟเว่น จึงน่าสนใจไม่น้อยว่ามีการใช้กลยุทธ์อย่างไรถึงเป็นผู้นำตลาดที่มีความเข้มแข็งสุดๆ