นอกจากนี้โรงแรมทรัพย์สินกลุ่ม 3 ยังประกอบไปด้วยโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส (Mixed-Use Properties) ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงหรือพัฒนา อีก 8 แห่ง ด้วยจำนวนห้องพักรวมมากกว่า 2,500 ห้องโดยมีโครงการที่โดดเด่น อาทิ AWC CENTER PATTAYA โครงการมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจคใหม่ใจกลางเมืองพัทยา ประกอบด้วย โรงแรมเจดับบลิว แมริออท เดอะ พัทยา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โรงแรม พัทยา แมริออท มาร์คีส์ ที่มีห้องพักรวม 1,298 ห้อง ตลอดจนโครงการอควอทีค จุดหมายปลายทางด้านช้อปปิ้งไลฟ์สไตล์ระดับไอคอนของพัทยา ซึ่งโดดเด่นด้วยโครงสร้างการออกแบบแนวเรโทร-ฟิวเจอริสติก ที่เนรมิตให้สถานที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมของการค้นหาและการผจญภัยในด้านไลฟ์สไตล์แบบเต็มพิกัดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด และเปิดโอกาสให้คุณได้สัมผัสกับตำนานเล่าขานรวมถึงความลับที่ซ่อนไว้ของท้องทะเล อีกทั้งยังมีโรงแรมบันยัน ทรี จอมเทียน พัทยา รีสอร์ทระดับ Luxury ริมหาดจอมเทียนที่ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองทั้งจากรุงเทพฯ และเมืองหลักโดยรอบ ที่จะมีห้องพักและวิลล่ารวม 150 ห้อง และโครงการที่จะพัฒนาในอนาคตต่างๆ อีกมากมาย
การเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินกลุ่ม 3 จะทำให้แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น เป็นเจ้าของโรงแรมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในโรงแรมระดับ Midscale ขึ้นไป เมื่อพิจารณาจากจำนวนห้องพักทั้งหมดของบริษัทฯ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และเมื่อการพัฒนาโครงการทั้งหมดแล้วเสร็จ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จะมีโรงแรมที่เปิดให้บริการทั้งสิ้น 27 แห่ง และมีจำนวนห้องพักมากกว่า 8,500 ห้องที่บริหารงานโดยผู้บริหารโรงแรมชั้นนำระดับสากล อาทิ Marriott International Inc., ฮิลตัน, บันยันทรี, มีเลีย, ไอเอชจี และโอกุระ พร้อมด้วยเครือข่ายสมาชิก Loyalty Program มากกว่า 290 ล้านสมาชิก และด้วยการพัฒนาโครงการแบบมิกซ์ยูสที่หลากหลาย แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นที่จะสร้างจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวให้กับกรุงเทพฯ และพัทยา เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องและชุมชนต่างๆ อย่างยั่งยืน
หมายเหตุ: (1) ทั้งนี้ราคาซื้อทรัพย์จะมีการปรับปรุงในภายหลังเมื่องบการเงินของทรัพย์กลุ่ม 3 ได้มีการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ทั้งนี้การปรับปรุงดังกล่าวจะรวมถึงการปรับราคาจากปัจจัยของเงินทุนหมุนเวียนสุทธิด้วย