การขยายตัวของ GrabKitchen
GrabKitchen ประกอบด้วย Cloud Kitchen (ซึ่งบางครั้งบางคราวเรียกว่า Ghost Kitchen) ครัวเสมือน (Virtual Kitchen) และ KaaS KaaS (Kitchens as a Service) มีพื้นที่กว่า 6,000 ตารางฟุต ภายในมีร้านอาหาร เช่น PlayMADE Thai Dynasty ฯลฯ
Cloud Kitchen แห่งแรกตั้งอยู่ที่ Hillview สิงคโปร์ รวมแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 10 แบรนด์ รวมถึง Virtual Restaurant 3 แบรนด์ด้วย
นอกจากให้พื้นที่ทำงาน GrabFood ยังดูแลจัดการสาธารณูปโภค เช่นเดียวกับการสนับสนุนด้านการตลาดภายในแอพ เพื่อลดความท้าทายทางธุรกิจที่ผู้ค้าต้องเผชิญ ในกรณีหาร้านใหม่ หรือเพิ่งเริ่มธุรกิจ
ข้อมูลสำรวจความเห็นผู้บริโภคจากแอพ Grab ระบุว่าพวกเขาชื่นชอบอาหารเพื่อสุขภาพ เบอร์เกอร์ และอาหารท้องถิ่น ผู้บริโภคส่วนใหญ่ค้นหาอาหารแปลกใหม่ ที่ไม่มีอยู่ในเมนูปกติที่ร้านนำเสนอ เมื่อพูดถึงประเภท พบว่า อาหารญี่ปุ่น อินเดีย และไทย เป็นที่ต้องการมากที่สุดในพื้นที่
ใน GrabKitchen ประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ คือ สามารถซื้ออาหารมากกว่าหนึ่งแบรนด์ในการสั่งซื้อครั้งเดียว
คู่ค้าสามารถเช่าห้องครัวขนาดตั้งแต่ 15 ถึง 21 ตารางเมตร
เอียน หลิน หนึ่งในคู่ค้า ผู้ก่อตั้ง Thai Dynasty กล่าวว่า การจัดการพื้นที่แบบนี้ ช่วยให้ขายอาหารได้ในราคาต่ำลง เพราะค่าดำเนินการรวมน้อยกว่าลงทุนเองมาก
“การร่วมมือกับ GrabFood ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น เพราะลดความยุ่งยากในการเดินทางไปยังหลายๆสถานที่เพื่อหาอาหารที่ชอบ”
GrabFood เริ่มแผนขยายสู่ระดับ Regional ในเดือนพฤษภาคม 2561 ปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มส่งอาหารระดับภูมิภาคเดียวที่ให้บริการใน 271 เมืองของ 7 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปี 2019 GrabFood เป็นพันธมิตรกับเครือข่ายระหว่างประเทศ และระดับชาติกว่า 3,000 แห่ง เสนอบริการจัดส่งอาหาร และของชำตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันในบางตลาด บริการเหล่านี้ช่วยเพิ่มทางเลือกของผู้บริโภคกับการมีส่วนร่วม การใช้งานแอพที่สูงขึ้น เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับทั้งพ่อค้าและคู่ค้า
ล่าสุด Grab มี Cloud Kitchen 50 แห่งใน 5 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย GrabFood จะขยายเครือข่าย Cloud Kitchen อย่างต่อเนื่องในปี 2020
ปัจจุบัน ภัตตาคารหลายแห่งในเอเชีย กำลังเช่าพื้นที่ทำอาหารที่ครัวกลาง ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดรับ – ส่งอาหารที่สะดวก สำหรับบริการส่งอาหาร
Cloud Kitchen กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในจีนและอินเดีย และขยับขยายไปสู่อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สอดรับกับการเติบโตของตลาดบริการขนส่งอาหารของภูมิภาคที่คาดว่ามีมูลค่า 58,400 ล้านเหรียญสหรัฐ
เพิ่มขีดความสามารถเพื่อยกระดับคู่ค้า
อีกด้านหนึ่ง GrabFood มีแผนแนะนำชุดแพลตฟอร์มสนับสนุนธุรกิจแบบครบวงจรแก่ผู้ประกอบการค้านอกเหนือจากบริการส่งอาหารแบบดั้งเดิม โดยแบ่งเป็นระยะๆในบางประเทศช่วงปี 2020
มีแอพ และ Dashboard สำหรับควบคุมภายในร้านค้า เชื่อมต่อกับ GrabFood, Grab Financial Group และ GrabAds services ทั้งนี้ Grab จะทำให้ประสบการณ์ผู้ประกอบการค้าง่ายขึ้น โดยบูรณาการ Grab Financial Group และ GrabAds ที่เกี่ยวข้องไว้ในแพลตฟอร์มเดียว แพลตฟอร์มครบวงจรใหม่นี้จะช่วยให้คู่ค้าทุกขนาดไม่เพียงแต่ติดตามประสิทธิภาพของธุรกิจและจัดการการดำเนินงานประจำวันได้เท่านั้น แต่ยังเพิ่มการเติบโตผ่านการวิเคราะห์ การโฆษณา และบริการทางการเงินได้ด้วย
บริการจัดซื้อเพื่อลดต้นทุนให้กับ MSMEs: วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพราะโดยพื้นฐานกลุ่มนี้ มีแนวโน้มที่จะไม่ได้รับประโยชน์เพราะสายป่านสั้น ไม่มีอำนาจต่อรอง เนื่องจากขนาดไม่ใหญ่ เมื่อเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์ม และ GrabKios Agent Network คู่ค้าจะสามารถจัดหาอุปกรณ์ และเครื่องใช้ในครัวที่มีส่วนลดในราคาที่แข่งขันได้ เพื่อใช้กับร้านค้าอย่างสะดวกสบาย
โซลูชันซึ่งปรับแต่งให้เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบเรื่อง Disruption ที่มีต่อกระบวนการทำงานของคู่ค้า: Grab ออกแบบเงื่อนไขพิเศษเฉพาะให้ร้านค้าแต่ละรายเข้าถึงแพลตฟอร์มได้โดยการดำเนินงานดั้งเดิมของพวกเขาไม่ต้องหยุดชะงัก ตัวอย่าง เช่น ร้านค้าที่มี Fleet ขนส่งของตนเองอยู่แล้ว และต้องการใช้ฐานลูกค้าของ Grab ก็มีตัวเลือกให้ทำด้วยการรวมระบบ ณ จุดขาย
โดยคำสั่งซื้อของ GrabFood จะถูกส่ง และเชื่อมโยงกับระบบขาย ณ จุดขายของผู้ค้าโดยตรงเพื่อสร้างประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น ปรับปรุงประสบการณ์ออนไลน์ – ออฟไลน์ ยิ่งกว่านั้น Grab ยังมีบริการรับสินค้าด้วยตนเอง ซึ่งพวกเขาสามารถสั่งซื้ออาหารได้ในแอพก่อนที่จะมาถึงที่ร้านด้วย
จริงอยู่ว่า ลักษณะอาหารของทศวรรษใหม่จะไม่แตกต่างมากมายนักจากสิ่งที่เราเห็นในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แม้การเลือก Lifestyle จะเปลี่ยนบางคนไปสู่การกินเพื่อสุขภาพ ผู้มีกำลังซื้อสูง ย่อมจ่ายได้มากกว่า หากอีกด้านหนึ่ง ยังมีผู้บริโภคอีกกลุ่ม เน้นไปที่ครัวขนาดเล็ก Home Chef และ Cloud Kitchen
สำหรับธุรกิจร้านอาหารใด ๆ เป็นไปได้สูงมากว่า Home Delivery จะเป็นตัวสร้างรายได้ที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ เพราะการใช้แพลตฟอร์ม Food-Tech สั่งอาหาร ถูกกว่า ง่ายกว่า สะดวกกว่าทำเองหลายเท่า