นายสงกรานต์ กล่าวต่อถึงภาพรวมความคืบหน้าส่วนต่อขยายโรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน ว่าในส่วนของเมนโฮเทล ซึ่งเป็นอาคารสูง 12 ชั้น จำนวน 50 ห้อง ประกอบด้วยห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม
ห้องสัมมนา ห้อง Meeting Room ห้องสปาที่ครบครันเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว โดยมีมูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการได้ปลายปี 2563 นี้ และจะเตรียมนำเข้ากองทรัสต์ SRIPANWA ประมาณปลายปี 2563 มูลค่ากอง 1,500 ล้านบาท อีกด้วยเช่นกัน
“ในปลายปีนี้ตั้งใจนำโรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน ในส่วนของเมนโฮเทล และโรงแรมบาบา บีช คลับ ภูเก็ต ซึ่งมีมูลค่ากอง 1,500 ล้านบาท และ 500 ล้านบาท ตามลำดับเข้ากองทรัสต์ SRIPANWA ประมาณปลายปี 2563 รวม 2 กอง มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งหลังจากเข้ากองแล้ว จะส่งผลให้กองทุนดังกล่าวมีมูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท” นายสงกรานต์ กล่าว
สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิด วี ไอ พี เดย์ เพื่อเผยโฉมลักชัวรี่คอนโด “ดิ อิสสระ สาทร” (The Issara Sathorn) มูลค่าโครงการกว่า 2,400 ล้านบาท ใจกลางเมืองย่านสาทร ภายใต้แนวคิด “ใช้ชีวิตอิสสระ...ให้สุดในทุกด้าน” ด้วยจุดเด่นการอยู่อาศัยที่ให้ความรู้สึกของคำว่าบ้าน ที่ผสมผสานความเป็นเมือง และความเป็นธรรมชาติอย่างกลมกลืน กับวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาและบางกะเจ้า ราคาเริ่มต้น 4.88 ล้านบาท โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี โครงการจะมีการเปิดพรีเซล พร้อมเปิดให้ลูกค้าได้ชมห้องตัวอย่างในเดือนกุมภาพันธ์นี้
สำหรับปี 2562 ที่ผ่านมานอกจากซื้อที่ดินที่ถนนจันทน์แล้ว บริษัทยังทำการซื้อที่ดินติดชายหาดบริเวณเขาตะเกียบ หัวหิน เพื่อพัฒนาโครงการเป็นคอนโดมิเนี่ยม ตากอากาศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดขายในช่วงกลางปี 2563 นี้
ด้านนายดิฐวัฒน์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร่วมอิสสระ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมการดำเนินธุรกิจภายใต้อาณาจักรทิวทะเลเอสเตท ชะอำ-หัวหิน ว่ายังมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของโครงการบ้านทิวทะเล อความารีน (Aqua Marine) และบาบา บีช คลับ เรสซิเดนซ์ เฟส 1 พูลวิลล่า จำนวน 11 ยูนิต ซึ่งปัจจุบันสามารถปิดการขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว, โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ (Blue Sapphire) ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 90% และโครงการบลู คอนโด ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 70% ขณะที่ในส่วนของ โครงการ “บาบาบีช คลับ เรสซิเดนซ์” เฟส 2 พูลวิลล่าสุดหรู จำนวน 7 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 33.9 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่รวมกว่า 1 ไร่ ออกแบบในสไตล์นีโอโคโลเนียล โดย บริษัท แฮบบิตา จำกัด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาไปแล้วกว่า 50% โดยจะเปิดให้เข้าชมบ้านตัวอย่างได้ในเดือน เมษายน 2563 และคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในช่วงกลางปี 2563
สำหรับภาพรวมของหัวหินยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ อีกทั้งยังมีแรงสนับสนุนแผนการตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้มั่นใจว่าแผนการตลาดของ ททท. จะช่วยผลักดันภาพรวมการท่องเที่ยวของชะอำ-หัวหิน รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะวิลล่าในพื้นที่ท่องเที่ยวดังกล่าวนี้ให้มีความแข็งแรงและเพิ่มรายได้จากค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจากการกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว ทั้งนี้แผนการตลาดนี้จัดขึ้นมาเพื่อช่วยในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลท่องเที่ยวสื่อสารการตลาดสร้างกระแสการเดินทางภายในประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคให้เข้ามายังจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มากขึ้น และเพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดาเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
“จากประสบการณ์การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด รวมไปถึงการวิเคราะห์ภาพรวมการแข่งขันของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม โรงแรม ที่ผ่านมา เราจึงมั่นใจว่าโครงการบาบาบีช คลับ เรสซิเดนซ์ เฟส 2 นี้ จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมองหาที่พักอาศัยที่มีความสงบ เป็นส่วนตัว รายล้อมด้วยธรรมชาติในการมาพักผ่อน รวมไปถึงผู้ที่ต้องการมองหาโอกาสจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว โดยมีทีมงานบริหารจากโรงแรมศรีพันวา เข้ามาช่วยบริหารจัดการด้านการลงทุนปล่อยเช่าให้กับลูกค้าอีกด้วย” นายดิฐวัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ในช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมกับ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดสถานีบริการน้ำมัน เชลล์ หัวหินวัน (Shell Hua Hin One) ซึ่งตั้งอยู่ในอาณาจักรทิวทะเล เอสเตท กม.196 ถนนเพชรเกษม (บ่อเขม) เพื่อให้เป็นจุดพักรถและแหล่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของชะอำ-หัวหิน สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางผ่านไปมาได้แวะใช้บริการ นอกเหนือจากนั้นยังมีบริการล้างรถหรือ EV Charger รองรับรถยนต์รุ่นใหม่พลังงานไฟฟ้า
“สถานีบริการน้ำมันแห่งนี้มีการออกแบบภายใต้รูปแบบที่แปลกใหม่ พร้อมรองรับลูกค้าได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้เพื่อสร้างจุดสนใจ และสร้างแลนด์มาร์คให้กับผู้ที่สัญจรผ่านไปมาที่เข้ามาแวะใช้บริการ บริษัทได้นำศิลปินผู้มีชื่อเสียงอย่าง P7 ซึ่งเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงด้านงาน Art Painting มารังสรรค์ผลงาน Wall Art ภายในโครงการหัวหินวัน ด้วยลวดลายที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดีให้เป็นอีกหนึ่งจุดความน่าสนใจในการถ่ายภาพ และ Check In” นายดิฐวัฒน์ กล่าว
อย่างไรก็ตามในปีนี้อาณาจักรทิวทะเลเอสเตทเตรียมที่จะสร้างปรากฎการณ์ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างการรับรู้ และโชว์วิสัยทัศน์ความเป็นอาณาจักรมิกซ์ยูสเต็มรูปแบบอย่างแท้จริงให้กับลูกค้า และทุกๆ ท่านที่ผ่านมาได้เข้ามาพักผ่อน และใช้บริการต่างๆ ของโครงการ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้จะเป็นอย่างไร ทางโครงการอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการสร้างปรากฎการณ์ในครั้งนี้ คาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาส 2 ของปีนี้อย่างแน่นอน