โออิชิ 50% อีกหนึ่งคลาสสิค เคส
ของ Loss leader Price
เราคุ้นเคยกับการทำ Loss leader Price ของบรรดาร้านค้าปลีกทั้งไฮเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายเสื้อผ้าฟาสต์แฟชั่น แต่ในแวดวงการตลาดของบ้านเรา มีกรณีศึกษาที่สร้างความฮือฮาในรอบทศวรรษที่ผ่านมา นั่นคือ การทำแคมเปญลดราคา 50% ของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังอย่างโออิชิเมื่อปี 2557
ย้อนหลังไปเมื่อไตรมาส 3 ของปี 2557 ภาวะเศรษฐกิจของบ้านเราไม่ดีนัก เป็นผลมาจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้ผู้บริโภคลังเลที่จะใช้เงิน แน่นอนว่า การทานอาหารนอกบ้าน เป็นเรื่องหนึ่งที่พวกเขาต้องชะลอหรือลดความถี่ลง ซึ่งส่งผลกระทบกับภาพรวมของตลาดร้านอาหารโดยตรง
โออิชิ ในฐานะผู้นำตลาด จึงต้องลุกขึ้นมทำแคมเปญโปรโมชั่นเพื่อเรียกคืนความมั่นใจ ด้วยแคมเปญลดราคา 50% กับร้านอาหารในเครือทุกแบรนด์
แคมเปญนี้ เป็นการใช้ Loss leader Price ที่โออิชิยอมขายแบบขาดทุน เพื่อผลด้านจิตวิทยาในการดึงกำลังซื้อให้กลับคืนสู่ตลาด การลดราคาถึง 50% แบบนี้ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน เพราะมองยังไงก็มีแต่ขาดทุน
ในครั้งนั้น ผู้เขียน มีโอกาสได้พูดคุยกับไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเขาบอกว่า เป็นการทำแคมเปญที่เปลี่ยนมุมมองใหม่หมด โดยเอาจำนวนเงินที่ขาดทุนจากการขายมาเปลี่ยนเป็นงบการสื่อสารแบรนด์ เมื่อมองออกมาในมุมนี้ ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่ลงทุนไป เพราะนอกจากจะเป็นแคมเปญที่แบรนด์ถูกพูดถึงแบบ Talk of the Town แล้ว ยังสามารถดึงลูกค้าหน้าใหม่ๆ ที่ไม่เคยใช้บริการให้เข้ามาลองและมีประสบการณ์ในการกินอาหารญี่ปุ่นผ่านแบรนด์โออิชิ
ว่าไปแล้ว แคมเปญนี้ถือว่าค่อนข้างท้าทายมาก เพราะไม่ใช่แค่การแมเนจลูกค้าเท่านั้น แต่ต้องแมเนจภายในด้วย ทั้งเรื่องของการเตรียมการด้านต่างๆ โดยเฉพาะก่อนที่แคมเปญจะเริ่ม ซึ่งค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ตั้งแต่การเตรียมสต็อก ต้องดูว่าซัพพลายเออร์มีของให้หรือไม่ ดังนั้น จึงต้องค่อยๆ เตรียมสต็อก เตรียมสินค้าไว้ให้พอเพียง เพราะซัพพลายเออร์ก็มีลิมิตในการเตรียมของให้ในแต่ละวันเช่นกัน