อาจกล่าวได้เลยว่าการทำงานในปัจจุบัน หากใครได้จัดการงานแค่หนึ่งอย่างถือว่าโชคดีมากๆ เพราะทุกวันนี้ใครหลายๆ คน ต้องประสบพบเจอปัญหางานอันล้นมือ และจะยิ่งทำให้เราเครียดและกดดันมากยิ่งขึ้นถ้างานเหล่านั้นเป็นงานด่วนทั้งหมด!!! (น้องคะ พี่ขอเย็นนี้นะคะ) ทั้งยังส่งผลให้ประสิทธิภาพงานของเราลดลงอีกด้วย
การย้ายไปมาระหว่างทีมอาจทำให้เราต้องปรับตัวให้เข้ากับบทบาทที่แตกต่างกัน, กดดันกับความคาดหวัง, ปฏิสัมพันธ์, อดทนต่อความกำกวม ซึ่งต้องใช้พลังงานในการจัดการสูงทีเดียว หากไม่ได้วางแผนอย่างรอบคอบในแต่ละทีม เราอาจลงเอยด้วยการทำงานซ้ำๆ แทนที่จะได้มีเวลามาพัฒนาตัวเอง
เราสามารถจัดการเวลาความเครียดไปพร้อมกับการพัฒนาตัวเองได้อย่างไร หากเราอยู่ในหลายทีม และเราจะจดจ่อกับสิ่งที่สำคัญที่สุดได้อย่างไร เริ่มต้นด้วยการวางแผนล่วงหน้าและทำตามกฎง่ายๆสองสามข้อ ดังต่อไปนี้
จัดลำดับความสำคัญและลำดับงาน
มองให้เป็นงานภาพใหญ่ การโฟกัสไปที่งานแต่ละวันอย่างจำกัดจะทำให้เราจะทำให้เราแก้ไขมันแบบระยะสั้นและจัดการงานตรงหน้ามากกว่าที่จะทำความเข้าใจและมองเห็นถึงวิธีแก้ไขปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหา ลองฝึกสังเกตวิธีการจัดการงานเพื่อบันทึกและเก็บวิธีเหล่านั้นไว้ เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขันเข้ามา อาจทำให้ต้องจัดการหลายโครงการที่เร่งด่วนพร้อมกัน เราสามารถจัดการงานได้อย่างรวดเร็วและบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะกำหนดทิศทางในการจัดลำดับความสำคัญของงาน
ลำดับงานอย่างมีกลยุทธ์ การสนใจและโฟกัสกับงานแค่หนึ่งงาน ณ ขณะนั้นจะมีประสิทธิภาพมากกว่า การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน ลองเริ่มต้นด้วยงานที่ต้องใช้สมาธิมากที่สุดพร้อมกับให้ความสนใจกับงานนั้นเพียงงานเดียว แล้วลองตัดสินใจเลือกผลลัพธ์ที่ต้องการจะบรรลุ พร้อมกำหนดการทำงานเพื่อที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่เราตั้งไว้ไปพร้อมกับยึดมั่นกับเป้าหมายนั้น หรือหากรู้ว่าต้องทำงานหลายอย่าง เช่นการติดต่อประสานงาน ทั้งต้องรับสายหรือต้องติดต่อกับหลายๆ คน เป็นช่วงๆ ฉะนั้นให้ทำงานที่สามารถถูกขัดจังหวะไปด้วยได้ก็จะเป็นการประหยัดเวลาที่ดี
จัดการการสื่อสาร
ป้องกันตัวเอง เมื่อเราต้องการสมาธิจากการทำงานสูง อย่างการเขียนงาน อย่าให้ใครมาขัดจังหวะโดยไม่จำเป็น วิธีหนึ่งคือการใส่ข้อความตอบกลับอัตโนมัติทางโทรศัพท์หรืออีเมล์เพื่อบอกให้คนอื่นรู้ว่าจะไม่ได้อ่านข้อความหรือตอบกลับจนถึงเวลาใดเวลาหนึ่ง พร้อมกับบอกช่องทางในกรณีฉุกเฉินไว้
การสื่อสารความคืบหน้าและงาน สมาชิกในทีมที่มีประสบการณ์คนหนึ่งในการวิจัยของ เล่าว่า เพียงการตอบสนองความต้องการของทีมง่ายๆ อย่างคำว่า “โอเค” หรือแค่มีการตองสนอง แม้จะเป็นคำสั้นๆ แต่มันช่วยให้เพื่อนร่วมงานรับรู้ว่าคำขอของเขาได้รับการตอบสนองหรือติดตามงานเพื่อที่จะให้รายละเอียดต่อไป
พัฒนาตัวเองอย่างเหมาะสม
รู้ด้วยตนเอง การทำงานหลายๆ อย่างข้อเสียของมันก็คือ จะไม่ได้เรียนรู้ที่ลึกลงไปเฉพาะด้าน ลดโอกาสทั้งการเรียนรู้และความสามารถในการสร้างความประทับใจ ภายใต้แรงกดดันในการทำงานในเรื่องของเวลา บริษัทจะให้เราแต่ละคนทำงานที่ตัวเองถนัดมากกว่าที่จะลงทุนในการเรียนรู้และใส่ใจกับการเติบโตของพนักงาน ดังนั้นคุณต้องรู้ตัวคุณเองว่าเป้าหมายของการที่จะพัฒนาและความก้าวหน้าของคุณคืออะไร พร้อมทั้งบอกออกไป ทั้งหัวหน้าหรือคนที่คุณต้องการจะเรียนรู้ด้วย
บังคับตัวเอง หลังจากระบุเป้าหมายการพัฒนาที่แน่นอนแล้ว ถัดมาคือการล็อคเวลาในการเรียนรู้ วิจัยแสดงให้เห็นว่าปัจจัยที่สำคัญของการเรียนรู้คือเวลาที่ใช้ในการไตร่ตรองและผสมผสานข้อมูลใหม่ นี่เป็นสิ่งที่ท้าทายในกรณีที่ต้องทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน งานบังคับให้เราข้ามไปข้ามมาระหว่างโครงการ ดังนั้นเราต้องกำหนดเวลาในการเรียนรู้งานอย่างชัดเจน เพื่อที่จะเราจะเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริงในการทำงาน
Source