BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,674
VIEWS

ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยตลาด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติด้วยแบรนด์ไทย

มี.ค. 06, 2560 BrandAge Team

อีกหนึ่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และฉายภาพทิศทางของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง ด้วยการสร้างความแข็งแรงให้เกิดขึ้นตั้งแต่ระดับฐานราก ซึ่งถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศและเป็นการเสริมโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาให้มั่นคง เพื่อสามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้  

จากการบรรยายพิเศษในหัวข้อ  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยตลาด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติด้วยแบรนด์ไทย โดย  คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงษ์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  ในงาน Thailand's Most Admired Brand 2017  มีเนื้อหาโดยสรุปว่า การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทยช่วงที่ผ่านมา ซึ่งอาศัยภาคการส่งออกเป็นตัวขับเคลื่อนหลักมาเป็นระยะเวลายาวนาน เมื่อศักยภาพในการส่งออกของประเทศลดลง จึงส่งผลให้เศรษฐกิจประเทศในภาพรวมไม่เติบโตมาหลายปี ทำให้รัฐบาลพยายามหาแนวทางในการผลักดันการเติบโตของประเทศ ผ่านการศึกษาและวิจัยอย่างจริงจังในการหาจุดแข็งหรือพื้นฐานที่แข็งแรงของประเทศ เพื่อต่อยอดการเติบโตผ่านการโฟกัส  S-Curve และสร้าง New S-Curve รวมทั้งการสนับสนุนให้มี Infrastructure ที่เอื้อให้เกิดการเติบโต และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลกได้

 สิ่งที่รัฐบาลพยายามแก้ไข คือ การทำให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโต หรือการกระตุ้นผ่าน Local Economy ที่ก่อนหน้านี้ขาดการพัฒนาที่ต่อเนื่อง และนำมาสู่การทำให้ประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ   ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ และสังคม

“Local  Economy มีหลายมิติ แต่ที่เราจะโฟกัสในขณะนี้ คือ การขับเคลื่อนโดยใช้ตลาดเป็นตัวขับเคลื่อน โดยจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า ตลาด  Driven หรือ Market Driven โดยการใช้กลไกตลาดมาเป็นตัวนำ  เพื่อต่อยอดไปสู่การ Shape ภาคการผลิต เพราะที่ผ่านมา การพัฒนาระดับฐานรากมักจะไปเน้นเรื่องของการพัฒนาการผลิต โดยไม่มีความรู้ว่าจะทำเพื่อขายใคร ตลาดจึงเป็นพื้นที่สำคัญในการทำรีเสิร์ชที่ดี และสำคัญที่สุดของระบบเศรษฐกิจในกลุ่มฐานราก และยังเป็นตัวบอกว่าควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปในทิศทางอย่างไร”
 

สังเกตได้ว่ากลุ่ม SME หรือโอท็อป ส่วนใหญ่ไม่สามารถตอบคำถามได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นทำไปเพื่อขายใคร ส่วนใหญ่จะถูกสอนแค่เรื่องของการพัฒนาแพ็กเกจจิ้งว่าทำอย่างไร หรือพัฒนาโปรดักต์อย่างไร ทำให้ส่วนใหญ่ทำการผลิตสินค้าออกมาเหมือนกัน โดยไม่รู้จะขายใครหรือคู่แข่งคือใคร ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่สำคัญ โดยตลาด  Driven จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ให้แก่ภาคเศรษฐกิจฐานราก เพราะนอกจากทำให้เกิดการหมุนของเศรษฐกิจได้ทันที ยังสามารถ Shape ไปสู่กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์  ซึ่งตลาดที่รัฐบาลตั้งใจจะส่งเสริมให้เกิดขึ้น แบ่งเป็น 4 ตลาด  ประกอบด้วย

1. ตลาดชุมชน คือ ตลาดที่กระจายลงไปสู่รากหญ้าจริงๆ  เช่น  ตลาดนัด ตลาดในชุมชน สถานที่ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน ทำมาค้าขาย บางคนทำงานอย่างอื่นอยู่แล้ว ก็สามารถผลิตหรือทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด เพื่อให้เกิดเป็นรายได้ขึ้นมา รองรับกำลังซื้อที่เกิดขึ้น  ซึ่งตลาดชุมชนนับเป็นตลาดพื้นฐานสำคัญ ที่ต้องพยายามส่งเสริมให้เกิดการกระจายตัวจำนวนมาก

อีกหนึ่งแนวทางที่รัฐบาลพยายามสร้างให้เกิดขึ้นในเรื่องของตลาดชุมชน คือ การขยายร้านค้าชุมชนให้กระจายไปทั่วทั้ง 80,000 หมู่บ้าน โดยปีที่ผ่านมาสามารถเปิดไปแล้วกว่า 19,000 หมู่บ้าน ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่แข็งแรงจริงๆ  ยังมีจำนวนจำกัด  ทำให้สิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำต่อในปีนี้ คือ การทำให้ทั้ง  19,000 หมู่บ้าน มีความเข้มแข็ง เพราะถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับการสร้างความแข็งแรงให้เศรษฐกิจฐานราก

2. ตลาดต้องชม  เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของตลาดชุมชน ที่ขยับขึ้นมาสู่การเป็นตลาดที่มีความเป็นเอกลักษณ์หรือมีอัตลักษณ์ จากต้นทุนของประเทศไทยที่มีความเข้มแข็งด้านวัฒนธรรม หากพยายามต่อยอดพัฒนาในเรื่องเหล่านี้ จะทำให้สิ่งนี้กลายมาเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ได้  โดยกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของตลาดนี้คือ กลุ่มนักท่องเที่ยว จากการดึงเอาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม หรืออัตลักษณ์ของพื้นที่มาเป็นจุดขาย และพยายามเชื่อมโยงเข้ากับการท่องเที่ยว โดยที่มีชุมชน หรืออาจจะเป็นภาคเอกชนเข้ามาเป็นผู้ดูแลและบริหารจัดการ

3. ตลาด S-Curve คือ การใช้ความเข้มแข็งทางด้านอัตลักษณ์ของไทย โดยเฉพาะในเรื่องของอาหารการกินมาเป็นจุดขายให้กับกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติ  ด้วยการพยายามส่งเสริมตลาดที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เช่น ผลไม้  ถือเป็นลักษณะของการทำ Area Base Development  เพื่อให้เกิดการเติบโตแบบทั้งคลัสเตอร์  ไม่ใช่เติบโตเพียงจุดใดจุดหนึ่ง โดยพยายามนำโปรดักต์ต่างๆ ของภาคเกษตรและปศุสัตว์ เข้ามาอยู่ในไปป์ไลน์ เพื่อใช้ในการหมุนเศรษฐกิจฐานราก  

ส่วนตลาดที่  4. คือ ตลาดกลางสินค้าเกษตรของชุมชน ซึ่งเป็นตลาดที่มีความหมายและเป็นหัวใจสำคัญ เพราะสามารถเข้ามาเป็นกลไกในการลดเรื่องของการผูกขาด  แก้ปัญหาเรื่องล้ง หรือการเอาเปรียบเกษตรกร เนื่องจากตลาดกลางแห่งนี้ จะเข้ามาดึงซัพพลายส่วนเกินที่ยังเหลืออยู่ หลังจากเข้าไปในตลาดอื่นๆ ก่อนหน้าที่จะทำการส่งต่อไปยังตลาดกลางขนาดใหญ่ของประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม การนำเรื่องของตลาดมาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบริบทการแข่งขันในปัจจุบัน โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่ยุค Digital Disruption ที่กลุ่มฐานรากอาจไม่มีความเข้าใจ ไม่มีความรู้ หรือความเชี่ยวชาญในเรื่องของเทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้  ซึ่งจะกลายเป็นรอยต่อสำคัญที่ทำให้ช่องว่างในเรื่องของความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มฐานรากและบริษัทขนาดใหญ่แตกต่างกันมากยิ่งขึ้น และเป็นเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลต้องพยายามเข้ามาพัฒนาเรื่องของตลาดต่างๆ เหล่านี้ เพื่อพัฒนาให้เกิดการเชื่อมโยงสู่ดิจิตอลชุมชน ในรูปแบบอินเตอร์เน็ตชุมชน ที่เชื่อมกันโดยมีตลาดเข้ามารองรับ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของ Product Gap หรือเรื่องของช่องว่างของความสามารถในการแข่งขันที่แตกต่างกันมาก 

“วันนี้วิธีคิดของรัฐบาล คือ การใช้ตลาดเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก  แต่ไม่ใช่เน้นที่การเปิดตลาดอย่างเดียว เพราะไม่ได้ช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้ หากยังขาดซึ่ง Skill ในการบริหารจัดการอย่างสิ้นเชิง  ทำให้จะมีอีกสิ่งที่เราจะทำอย่างเป็นรูปธรรมในปีนี้คือ การใส่งบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาทั้ง 4 ตลาดนี้ จำนวน 15,000 ล้านบาท ซึ่งมิติในการพัฒนาครั้งนี้  ไม่ใช่แนวทางในการพัฒนาแบบเดิมๆ แต่จะพยายามเติมในเรื่องของเทคโนโลยีเข้าไปด้วย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดได้  และสามารถปรับตัวเข้ากับการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของโลกใบนี้”

สเตปแรกในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลชุดนี้คือ การใช้ตลาดเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งการเดินในลักษณะนี้จะทำให้คนในระดับฐานรากมีความเข้มแข็งมากขึ้น  และยังเป็นโอกาสในการต่อยอดสู่การนำแบรนด์ไทยออกไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้ในอนาคตอีกด้วย 

Ultra V Thailand ฉลองครบรอบ 11 ปี สุดยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม “Glow GALA” พร้อมเปิดตัว ULTRACOL Brand Ambassador นักแสดงชื่อดังระดับโลก Lee Dong Wook

“แม่บุญล้ำ” ปลดล็อกภาพจำปลาร้าไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่เครื่องปรุงระดับอุตสาหกรรมที่ครองใจผู้บริโภค

ถอดรหัส 3 แกนความสำเร็จของ Samsung AI TV เบื้องหลังการครองอันดับ 1 2026 Thailand’s Most Admired Brand 12 ปีติดต่อกัน

“HomePro” จากผู้ค้าปลีกสู่ Home Lifetime Companion พร้อมสร้างจิ๊กซอว์เติมเต็ม Ecosystem ครองใจลูกค้าระยะยาว

ไปรษณีย์ไทย ขับเคลื่อนอนาคตสู่ยุค Lifestyle Logistics ด้วยยุทธศาสตร์ Trust-driven Growth

ถอดสูตรความสำเร็จลาซาด้า กับการเปลี่ยนสนามรบของ E-commerce จาก “ราคาถูกที่สุด” เป็น “เชื่อถือได้ที่สุด”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact