นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า โออิชิมีการเติบโตที่ดีต่อเนื่องมาตลอด ความท้าทายจึงอยู่ที่จะทำอย่างไรให้ธุรกิจมีการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปท่ามกลางความท้าทายของคลื่นดิสรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้บริโภคให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความพรีเมียม ทั้งยังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายของ โออิชิ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะต้องก้าวตามให้ทัน พร้อมพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค
โออิชิ พยายามที่จะ “ดิสรัปท์ตัวเอง” ก่อนที่จะถูกดิสรัปท์ ซึ่งการดิสรัปท์ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังต้องรวมถึงการเข้าใจผู้บริโภค ความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทางการตลาดที่เปลี่ยนไปอีกด้วย
“โออิชิ กรุ๊ป พร้อมพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ตอบโจทย์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค อาทิ การให้ความสำคัญด้านสุขภาพและสุขอนามัยของผู้บริโภค (Health & Wellness) การพัฒนาสูตรอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ขณะเดียวกัน ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารบริการต่างๆ ให้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น”
ในปีที่ผ่านมา ผลประกอบการของโออิชิถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ มียอดขายรวม(ต.ค.61 – ก.ย.62) 13,631 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 8.2% มีกำไรรวม 1,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% แบ่งเป็น ยอดขายในส่วนของเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% มีกำไร 869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% ยอดขายในกลุ่มอาหาร 7,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% มีกำไล 360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.4%
ส่วนแผนการดำเนินงานในปี 2563 นี้ มีการวางแนวทางให้ทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจคือ ร้านอาหาร แพ็กเกจฟู้ด และเครื่องดื่ม มีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
นงนุช บอกว่า แม้ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาจะมีออกมาแบบน่าพอใจ แต่เราก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา และนำ เสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการสร้างการเติบโตด้านยอดขาย และกำไร กุญแจสำคัญ คือ การขยายฐานลูกค้า การพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค การขยายช่องทางจำหน่ายที่เข้าถึงลูกค้าอย่างกว้างขวาง การเพิ่มปริมาณส่งออก รวมไปถึงการบริหารที่มีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล
“อย่างการทำธุรกิจร้านอาหาร การที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น ต้องมาจากลูกค้าเดิมๆ ที่ยังคงเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่จะสร้าง Experience อย่างไรให้ประทับใจเขา โดยเราต้องไม่ตกขบวนหรือโดนดิสรัปท์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะที่หากต้องการลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีแบรนด์หรือร้านอาหารรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ในส่วนที่แบรนด์เดิมยังเข้าไปไม่ถึง เช่นเดียวกับตลาดเครื่องดื่ม การเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องขยายฐานเข้าไปในตลาดใหม่ๆ อย่างการส่งออก ส่วนตลาดในประเทศ นอกจากการดึงคนดื่มกลุ่มใหม่ๆ แล้ว ยังมีเรื่องของการเติบโตจากการกินแชร์ของคู่แข่งขัน นวัต กรรมทั้งในแง่ของโปรดักต์และการตลาด จึงเป็นหัวใจสำคัญ”